Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 247

<< | หน้าที่ 247 | >>
(พระศาสดาตรัสพระคาถาสุดท้ายประชุมชาดกว่า)

{๙๓๐} [๑๐๑] กาในกาลนั้นคือพระเทวทัต ส่วนงูเห่าคือมาร

ปูคือพระอานนท์ ส่วนพราหมณ์โชคดีคือเราผู้เป็นศาสดา

สุวัณณกักกฏกชาดกที่ ๔ จบ


๕. มัยหกสกุณชาดก (๓๙๐)


ว่าด้วยนกมัยหกะ


(ฤๅษีโพธิสัตว์แสดงธรรมแก่น้องชายว่า)

{๙๓๑} [๑๐๒] นกมัยหกะ บินไปตามเนินเขาและซอกเขา

จับที่ต้นเลียบซึ่งมีผลสุกแล้วร่ำร้องว่า ของกู ของกู

{๙๓๒} [๑๐๓] เมื่อมันบ่นเพ้ออยู่อย่างนี้ ฝูงนกที่บินรวมกันมา

ก็พากันจิกกินผลเลียบแล้วก็บินจากไป

มันก็ยังคงบ่นเพ้ออยู่นั่นเอง ฉันใด

{๙๓๓} [๑๐๔] คนบางคนในโลกนี้ก็ฉันนั้นเหมือนกัน

เก็บหอมรอมริบทรัพย์ไว้เป็นจำนวนมาก

ตนเองก็ไม่ได้ใช้สอย บางส่วนก็ไม่ได้แบ่งให้หมู่ญาติเลย

{๙๓๔} [๑๐๕] เขามิได้ใช้สอยหรือบริโภคสมบัติอื่น ๆ

ที่ตนมีอยู่แม้สักคราวเดียว

ไม่ว่าจะเป็นเครื่องนุ่งห่ม อาหาร มาลัย หรือเครื่องลูบไล้ก็ตาม

อนึ่ง พวกญาติ ๆ เขาก็ไม่สงเคราะห์

{๙๓๕} [๑๐๖] เมื่อเขาบ่นเพ้อว่า ของกู ของกู อยู่อย่างนี้ หวงแหนอยู่

พระราชาบ้าง พวกโจรบ้าง

พวกทายาทไม่เป็นที่รักบ้าง ก็ฉกฉวยเอาทรัพย์ไป

คนผู้นั้นก็ยังคงบ่นเพ้ออยู่นั่นแหละ

๑ นกมัยหกะ หมายถึงนกเขา เพราะชอบร้อง(ขัน)ว่า ของกู ของกู อยู่ตลอดเวลา (ขุ.ชา.อ. ๕/๑๐๒/๘๖)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka