Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 388

<< | หน้าที่ 388 | >>
(เพื่อจะแสดงว่าบุคคลผู้ดำรงอยู่ในธรรมได้บังเกิดในเทวโลก จึงตรัสว่า)

{๑๖๘๓} [๘๙] คนผู้หวังสุคติเหล่านี้ บางพวกดำรงอยู่ในธรรม

คือความสำรวมและการจำแนกแจกทาน

เมื่อทอดทิ้งร่างกายไว้ในโลกนี้ตายไปก็ไปสุคติ

{๑๖๘๔} [๙๐] ท่านเป็นญาติของพวกเราเมื่อชาติก่อน

แต่ท่านนั้นเป็นคนตระหนี่ ขี้โกรธ มีธรรมเลวทราม

พวกเรามาที่นี้ก็เพื่อประโยชน์แก่ท่านนั่นเอง

ท่านอย่ามีธรรมเลวทรามไปตกนรกเลย

(โกสิยเศรษฐีมีจิตยินดีกล่าวว่า)

{๑๖๘๕} [๙๑] พวกท่านหวังเกื้อกูลข้าพเจ้าอย่างแน่แท้จึงได้พร่ำสอนข้าพเจ้า

ข้าพเจ้าจะทำตามคำที่พวกท่านผู้หวังเกื้อกูลกล่าวทุกประการ

[๙๒] ตั้งแต่วันนี้ไป ข้าพเจ้านั้นจะของดเว้น

จากความตระหนี่ จะไม่ทำบาปอะไร ๆ อีก

อนึ่ง วัตถุอะไร ๆ ที่ไม่พึงให้จะไม่มีแก่ข้าพเจ้า

แม้แต่น้ำข้าพเจ้ายังไม่ได้ให้แล้วก็จะไม่ยอมดื่ม

[๙๓] ข้าแต่ท้าวสักกะ ก็เมื่อข้าพเจ้าให้อยู่ตลอดกาลทั้งปวงอย่างนี้

แม้โภคะของข้าพเจ้าจักหมดสิ้นไป ข้าแต่ท้าวสักกะ

ต่อแต่นี้ข้าพเจ้าจะละกามทั้งหลายตามที่มีอยู่แล้วบวช

โกสิยชาดกที่ ๗ จบ


๘. เมณฑกปัญหชาดก (๔๗๑)


ว่าด้วยปัญหาเรื่องแพะเป็นเพื่อนกับสุนัข


(พระราชาตรัสถามปัญหาว่า)

{๑๖๘๖} [๙๔] แต่ไหนแต่ไรมา ความเป็นเพื่อนกันแม้เพียงการย่างก้าวเดินไป

๗ ก้าวของสัตว์เหล่าใดไม่เคยมีมาแล้วในโลกนี้

สัตว์เหล่านั้น ๒ ตัว ซึ่งเป็นศัตรูกันกลับเป็นสหายกัน

ประพฤติเกี่ยวเนื่องกันเพราะเหตุไร


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka