Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 389

<< | หน้าที่ 389 | >>
(และตรัสต่อไปว่า)

{๑๖๘๗} [๙๕] ถ้าว่าในเวลาอาหารเช้าของเราในวันนี้

พวกท่านไม่สามารถจะกล่าวแก้ปัญหาข้อนี้ได้

เราจะเนรเทศพวกท่านทั้งหมดออกจากแคว้น

เพราะเราไม่ต้องการพวกคนมีปัญญาทราม

(เสนกบัณฑิตกราบทูลว่า)

{๑๖๘๘} [๙๖] เมื่อมหาชนมาประชุมกันอึกทึกครึกโครม

เมื่อคนมาร่วมกันเป็นโกลาหล

พวกข้าพระองค์ก็มีใจฟุ้งซ่าน มีจิตไม่แน่วแน่

จึงไม่สามารถจะกล่าวแก้ปัญหาข้อนี้ได้

{๑๖๘๙} [๙๗] ขอเดชะพระองค์ผู้จอมชน

นักปราชญ์ทั้งหลายมีจิตแน่วแน่ไปในที่ลับตามลำพัง

คิดพิจารณาถึงเนื้อความในที่สงัดแล้ว

ภายหลังจึงจะกล่าวตอบเนื้อความข้อนี้ได้

(เสนกบัณฑิตนั้นกล่าวคาถาตามแนวที่ตนเรียนมาว่า)

{๑๖๙๐} [๙๘] พวกบุตรของคนชั้นสูงและพวกราชบุตรโปรดปรานพอใจเนื้อแพะ

พวกเขาไม่บริโภคเนื้อสุนัข

เมื่อเป็นเช่นนั้น แพะกับสุนัขจึงเป็นเพื่อนกัน

(ปุกกุสบัณฑิตกล่าวคาถาตามแนวที่ตนเรียนมาว่า)

{๑๖๙๑} [๙๙] ชนทั้งหลายถลกหนังแพะทำเป็นเครื่องลาดหลังม้า

เพราะนั่งสบาย แต่พวกเขาไม่ลาดด้วยหนังสุนัข

เมื่อเป็นเช่นนั้น แพะกับสุนัขจึงเป็นเพื่อนกัน

(กามินทบัณฑิตกล่าวคาถาตามแนวที่ตนเรียนมาว่า)

{๑๖๙๒} [๑๐๐] ก็แพะมีเขาโค้งและมีหญ้าเป็นภักษา

ส่วนสุนัขไม่มีเขาและกินเนื้อ

เมื่อเป็นเช่นนั้น แพะกับสุนัขจึงเป็นเพื่อนกัน


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka