Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 394

<< | หน้าที่ 394 | >>
{๑๗๑๖} [๑๒๔] ไม่บอกความลับแก่เพื่อน ๑

ไม่ช่วยปกปิดความลับของเพื่อน ๑

ไม่ยกย่องการกระทำของเพื่อน ๑

ไม่สรรเสริญปัญญาของเพื่อน ๑

{๑๗๑๗} [๑๒๕] เมื่อเพื่อนฉิบหายกลับพอใจ ๑ เมื่อเพื่อนเจริญกลับไม่พอใจ ๑

ได้อาหารที่มีรสแปลกมาก็ไม่นึกถึงเพื่อน ๑

แต่นั้น ย่อมจะไม่อนุเคราะห์เพื่อนว่า

อย่างไรหนอ เพื่อนเราพึงได้ลาภจากที่นี้บ้าง ๑

{๑๗๑๘} [๑๒๖] อาการ ๑๖ ข้อดังกล่าวมานี้มีอยู่แล้วในคนที่มิใช่มิตร

พึงเป็นเหตุให้บัณฑิตได้เห็นและได้ยินแล้วรู้ได้ว่ามิใช่มิตร

(พระโพธิสัตว์กราบทูลลักษณะของมิตรว่า)

{๑๗๑๙} [๑๒๗] วิญญูชนผู้เป็นนักปราชญ์ เป็นบัณฑิต

เห็นหรือได้ยินผู้ทำการงานอะไรบ้าง

หรือชนพึงพยายามอย่างไรจึงรู้ว่า ผู้นั้นเป็นมิตร

(ได้กล่าวคาถาที่เหลือว่า)

{๑๗๒๐} [๑๒๘] คนผู้เป็นมิตร คือ เพื่อนจากไปก็คิดถึง ๑

เพื่อนกลับมาก็ยินดี ๑ หยอกล้อยิ้มย่องต่อเพื่อน ๑

ยินดีตอบสนองด้วยวาจาที่ไพเราะ ๑

{๑๗๒๑} [๑๒๙] คบเพื่อนของเพื่อนฝ่ายเดียว ๑ ไม่คบศัตรูของเพื่อน ๑

ห้ามปรามคนที่ด่าเพื่อน ๑ สรรเสริญคนที่ยกย่องเพื่อน ๑

{๑๗๒๒} [๑๓๐] บอกความลับแก่เพื่อน ๑ ช่วยปกปิดความลับของเพื่อน ๑

ยกย่องการกระทำของเพื่อน ๑ สรรเสริญปัญญาของเพื่อน ๑

{๑๗๒๓} [๑๓๑] เมื่อเพื่อนเจริญก็ยินดี ๑ เมื่อเพื่อนฉิบหายก็ไม่ยินดี ๑

ได้อาหารที่มีรสแปลกมาก็นึกถึงเพื่อน ๑

แต่นั้น ย่อมจะอนุเคราะห์เพื่อนว่า

อย่างไรหนอ เพื่อนจะได้ลาภจากที่นี้บ้าง ๑


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka