Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 420

<< | หน้าที่ 420 | >>
(พราหมณ์ปุโรหิตถวายพระพรชัยแล้ว ได้กราบทูลว่า)

{๑๘๖๐} [๑๔๐] ละมั่งตัวใด พระองค์ติดตามไปจนถึงซอกเขา ในตอนแรก

เพราะอาศัยความบากบั่นของละมั่งตัวนั้นซึ่งมีจิตไม่ย่อท้อ

พระองค์จึงยังทรงพระชนม์อยู่ได้

{๑๘๖๑} [๑๔๑] ละมั่งตัวใด พยายามใช้ก้อนหินถม

ช่วยพระองค์ขึ้นมาจากเหวที่ขึ้นได้แสนยาก

และปลดเปลื้องพระองค์ผู้ทรงระทมทุกข์จากปากพญามัจจุราช

พระองค์คงจะทรงรับสั่งถึงละมั่งตัวมีจิตไม่ย่อท้อตัวนั้นแหละ

(พระราชาตรัสว่า)

{๑๘๖๒} [๑๔๒] เวลานั้น ท่านได้อยู่ ณ ที่นั้นเหมือนกันหรือ

หรือว่าใครบอกเรื่องนั้นแก่ท่าน

ท่านเห็นทุกอย่างหรือ จึงเปิดเผยเรื่องนั้นได้

ญาณของท่านมีกำลังมากจริงนะพราหมณ์

(พราหมณ์ปุโรหิตเมื่อจะชี้แจง จึงกราบทูลว่า)

{๑๘๖๓} [๑๔๓] เวลานั้น ข้าพระองค์ได้อยู่ที่นั้นด้วยก็หาไม่

และแม้ใครจะบอกเรื่องนั้น ๆ แก่ข้าพระองค์ก็หาไม่

ขอเดชะพระองค์ผู้จอมชน ปราชญ์ทั้งหลาย

ประมวลเนื้อความแห่งบทคาถาสุภาษิตนั้นมา

(ต่อมาท้าวสักกะทรงสิงในสรีระของพราหมณ์ปุโรหิตแล้วได้ตรัสกับพระราชาว่า)

{๑๘๖๔} [๑๔๔] พระองค์ทรงสอดลูกศรมีปีก

ซึ่งจะฆ่าได้ด้วยความเพียรของผู้อื่นไว้ที่แล่งแล้ว

ทำไมยังทรงลังเลอยู่เล่า

ขอเดชะพระองค์ผู้ทรงพระปัญญาอันประเสริฐ

ขอลูกศรที่แล่นออกจากแล่งไปจงฆ่าละมั่งโดยเร็วเถิด

เพราะว่าเนื้อละมั่งนั่นเป็นภักษาของพระราชา


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka