Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 451

<< | หน้าที่ 451 | >>
(ชฎิลโกงเมื่อจะให้เสือโคร่งเกิดความอุตสาหะ จึงกล่าวว่า)

{๑๙๘๓} [๑๗๒] พระอินทร์องค์เดียวยังเอาชัยชนะพวกอสูรได้

นกเหยี่ยวตัวเดียวยังข่มขี่ฆ่านกทั้งหลายได้

เสือโคร่งตัวเดียวเข้าไปอยู่ในฝูงเนื้อ

ก็ยังฆ่าเนื้อตัวล่ำ ๆ ซึ่งมีกำลังเหมือนเช่นนั้นได้

(เสือโคร่งกล่าวว่า)

{๑๙๘๔} [๑๗๓] หมู่ญาติผู้พร้อมเพรียงร่วมใจกัน มีกิริยาเช่นเสือโคร่ง

ไม่ว่าพระอินทร์หรือนกเหยี่ยว หรือเสือโคร่ง ซึ่งเป็นพญาสัตว์

ก็ไม่อาจให้อยู่ในอำนาจได้

(ชฎิลโกงปลุกใจเสือโคร่งว่า)

{๑๙๘๕} [๑๗๔] ฝูงนกกุมภีลกาตัวเล็ก ๆ เที่ยวไปเป็นฝูง เป็นหมู่

รื่นเริง จับกลุ่มกันโผผิน บินร่อนไปมา

[๑๗๕] ก็เมื่อนกเหล่านั้นโผผินอยู่ เหยี่ยวย่อมโฉบเอานกตัวหนึ่ง

บรรดานกเหล่านั้นที่แตกฝูงออกมา

นั้นเป็นคติของเหล่าพยัคฆ์ทั่วไป

(พระศาสดาทรงประกาศข้อความนั้นว่า)

{๑๙๘๖} [๑๗๖] เสือโคร่งมีเขี้ยวเป็นอาวุธ ถูกชฎิลชั่วผู้เห็นแก่อามิสปลุกใจ

มีความสำคัญเหมือนครั้งก่อน

จึงได้เผ่นเข้าไปในฝูงของสุกรผู้ที่มีเขี้ยว

(รุกขเทวดาเห็นเหตุอัศจรรย์นั้น จึงกล่าวคาถาว่า)

{๑๙๘๗} [๑๗๗] ญาติทั้งหลายมีมากด้วยกันเป็นการดี

ถึงแม้จะเป็นต้นไม้ที่เกิดในป่าก็ตาม

เสือโคร่งถูกสุกรทั้งหลายที่สามัคคีกันฆ่าตาย

ในหนทางที่เดินได้คนเดียว


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka