Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 457

<< | หน้าที่ 457 | >>
[๒๑๓] ก็สมบัติที่ได้มาเพราะเหตุที่ผู้อื่นให้นั้น หม่อมฉันไม่ปรารถนา

บุญทั้งหลายที่หม่อมฉันทำเอง

บุญนั้นจะเป็นทรัพย์เฉพาะตนของหม่อมฉัน

[๒๑๔] หม่อมฉันนั้นไปอยู่ในหมู่มนุษย์แล้วจะทำกุศลให้มาก

ด้วยการให้ทาน การประพฤติธรรมให้สม่ำเสมอ

การสำรวมและด้วยการฝึกฝนอินทรีย์

ซึ่งเป็นกรรมที่บุคคลทำแล้วมีความสุข

และไม่ทำให้เดือดร้อนในภายหลัง

(พระโพธิสัตว์จูงพระหัตถ์พระเจ้านารทะเที่ยวไปในอุทยานได้ตรัสว่า)

{๑๙๙๙} [๒๑๕] ภูมิภาคตรงนี้คืออุทยานนั้น

ตรงนี้คือลำรางไขน้ำพร้อมทั้งอ่างรองรับน้ำที่ไหลเข้ามา

ตรงนี้คือภูมิภาคทั้ง ๒ ข้างแห่งลำรางไขน้ำ

ซึ่งปกคลุมด้วยหญ้าเขียวขจี

ตรงนี้คือแม่น้ำที่มีกระแสไหลอยู่ไม่ขาดสาย

[๒๑๖] ตรงนี้คือสระโบกขรณีอันน่ารื่นรมย์

มีนกจักรพากขันขานเสียงระงม

ดารดาษไปด้วยดอกมณฑาลก ดอกปทุม และดอกอุบล

ที่เหล่าชนพากันหลงใหลยึดถือว่าเป็นของเรา

เขาไปไหนหนอ

[๒๑๗] ตรงนี้พื้นที่นั้นมีแต่พื้นดินที่รกเท่านั้น

มีแต่สวนและแนวป่าเท่านั้นเอง

นารทะ เมื่อเรามองไม่เห็นหมู่ชนนั้น

ทิศทั้งหลายปรากฏแก่เราเหมือนกับว่างเปล่า

(พระเจ้าสาธินะตรัสว่า)

{๒๐๐๐} [๒๑๘] ข้าพเจ้าได้เห็นวิมานส่องแสงไปทั้ง ๔ ทิศ

ต่อพระพักตร์ท้าวเทวราชและต่อหน้าเทวดาชั้นไตรทศ


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka