Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 482

<< | หน้าที่ 482 | >>
[๗๐] ก็พระราชาได้เสด็จเข้าไปประทับนั่งขัดสมาธิที่ริมฝั่งสระโบกขรณี

ท้าวสุชัมบดีสักกเทวราชได้ทรงปรากฏแก่ท้าวเธอ

(ฝ่ายท้าวสักกะซึ่งพระโพธิสัตว์ได้ยินเสียงฝีพระบาทแล้วทูลถาม จึงตรัสว่า)

{๒๐๗๗} [๗๑] ฤๅษีเจ้า หม่อมฉันเป็นท้าวสักกะผู้เป็นจอมเทพ

ได้มาที่สำนักของพระองค์

ขอพระองค์จงขอพรที่พระองค์มีพระทัยปรารถนา

(พระราชาตรัสว่า)

{๒๐๗๘} [๗๒] ขอถวายพระพรท้าวสักกะ ทรัพย์ของอาตมาก็มีเพียงพอ

พลนิกายและพระคลังก็มีมิใช่น้อย

แต่บัดนี้ อาตมาเป็นคนตาบอดจึงพอใจการตายเท่านั้น

(ท้าวสักกะตรัสว่า)

{๒๐๗๙} [๗๓] พระมหากษัตริย์ผู้จอมมนุษย์ คำเหล่าใดเป็นคำสัตย์

ขอพระองค์จงตรัสคำเหล่านั้น

เมื่อพระองค์ตรัสคำสัตย์ ดวงพระเนตรจักปรากฏมีอีก

(พระโพธิสัตว์ผู้เป็นพระราชาได้ทำสัจจกิริยาว่า)

{๒๐๘๐} [๗๔] วณิพกมีโคตรต่าง ๆ กันเหล่าใดพากันมาเพื่อจะขอกับอาตมา

บรรดาวณิพกเหล่านั้น ผู้ใดย่อมขออาตมา

แม้ผู้นั้นย่อมเป็นที่รักแห่งใจของอาตมา

ด้วยสัจจวาจานี้ ขอดวงตาจงเกิดขึ้นแก่อาตมา

(ต่อมาไดัตรัสอีกว่า)

{๒๐๘๑} [๗๕] พราหมณ์ผู้มาขอกับอาตมาแล้วว่า

ขอพระองค์โปรดพระราชทานดวงตาข้างหนึ่งเถิด

อาตมาได้ประทานดวงตาให้พราหมณ์ซึ่งขออยู่นั้นไป ๒ ข้าง

[๗๖] ปีติและโสมนัสมิใช่น้อยได้ท่วมทับโดยยิ่ง

ด้วยสัจจวาจานี้ ขอดวงตาดวงที่ ๒ จงเกิดขึ้นแก่อาตมา


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka