Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 484

<< | หน้าที่ 484 | >>
๔. สิรีมันตชาดก (๕๐๐)


ว่าด้วยปัญหาความมีสิริกับมีปัญญา


(พระราชาตรัสในสิริมันตปัญหาว่า)

{๒๐๘๔} [๘๓] ท่านอาจารย์เสนกะ เราขอถามเนื้อความนี้กับท่าน

ในคน ๒ ประเภทนี้ คือ คนที่มีปัญญาแต่ปราศจากสิริ

หรือคนที่มียศแต่ปราศจากปัญญา

ผู้ฉลาดกล่าวคนไหนว่าประเสริฐ

(เสนกบัณฑิตกราบทูลอย่างฉับพลันว่า)

{๒๐๘๕} [๘๔] ขอเดชะพระองค์ผู้จอมชน

คนทั้งหลายเป็นนักปราชญ์ก็ตาม เป็นคนโง่ก็ตาม

มีศิลปะก็ตาม ไม่มีศิลปะก็ตาม

แม้มีชาติสกุลสูง ก็เป็นคนรับใช้ของคนมียศถึงจะมีชาติสกุลต่ำ

ข้าพระองค์เห็นเหตุแม้นี้ จึงกราบทูลว่า คนมีปัญญาเป็นคนเลว

คนมีสิริเท่านั้นเป็นคนประเสริฐ

(พระราชาตรัสถามมโหสธบัณฑิตซึ่งนั่งเป็นคนใหม่ในหมู่บัณฑิตว่า)

{๒๐๘๖} [๘๕] เราขอถามท่านบ้าง พ่อมโหสธบัณฑิต

ผู้มีปัญญาไม่ทราม ผู้เห็นธรรมโดยสิ้นเชิง ในคน ๒ ประเภทนี้

คือ คนโง่แต่มียศ หรือบัณฑิตแต่มีโภคทรัพย์น้อย

ผู้ฉลาดกล่าวคนไหนว่าประเสริฐ

(พระโพธิสัตว์มโหสธบัณฑิตกราบทูลว่า)

{๒๐๘๗} [๘๖] คนโง่ทำแต่กรรมชั่ว สำคัญอิสริยยศนี้เท่านั้นว่าประเสริฐ

คนโง่เห็นแต่โลกนี้ ไม่เห็นโลกหน้า

จึงยึดถือเอาแต่โทษในโลกทั้ง ๒

ข้าพระองค์เห็นเหตุแม้นี้จึงกราบทูลว่า

คนมีปัญญาเท่านั้นประเสริฐ คนโง่ที่มียศหาประเสริฐไม่


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka