Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 487

<< | หน้าที่ 487 | >>
(มโหสธบัณฑิตกราบทูลว่า)

{๒๐๙๕} [๙๕] เพราะเหตุแห่งคนอื่นบ้าง หรือเพราะเหตุแห่งตนบ้าง

คนโง่มีปัญญาน้อยย่อมพูดเท็จได้

เขาย่อมถูกนินทาในท่ามกลางสภา แม้ในภายหลังเขาย่อมไปสู่ทุคติ

ข้าพระองค์เห็นเหตุแม้นี้จึงกราบทูลว่า

คนมีปัญญาเท่านั้นประเสริฐ คนโง่ถึงมียศก็หาประเสริฐไม่

(เสนกบัณฑิตกราบทูลว่า)

{๒๐๙๖} [๙๖] คนมีปัญญาดังแผ่นดินแต่ไม่มีที่อยู่อาศัย

มีทรัพย์น้อย ยากจน แม้หากจะกล่าวข้อความ

ถ้อยคำของเขานั้นหางอกงามในท่ามกลางหมู่ญาติไม่

ธรรมดาสิริไม่มีแก่คนมีปัญญา

ข้าพระองค์เห็นเหตุแม้นี้จึงกราบทูลว่า

คนมีปัญญาเป็นคนเลว คนมีสิริเท่านั้นประเสริฐ

(มโหสธบัณฑิตกราบทูลว่า)

{๒๐๙๗} [๙๗] เพราะเหตุแห่งคนอื่นบ้าง เพราะเหตุแห่งตนบ้าง

คนมีปัญญาดังแผ่นดินจะไม่พูดเหลาะแหละ

เขามีคนบูชาแล้วในท่ามกลางสภา แม้ในภายหลังเขาก็ไปสู่สุคติ

ข้าพระองค์เห็นเหตุแม้นี้ จึงกราบทูลว่า

คนมีปัญญาเท่านั้นประเสริฐ คนโง่ถึงมียศก็หาประเสริฐไม่

(เสนกบัณฑิตกราบทูลว่า)

{๒๐๙๘} [๙๘] ช้าง โค ม้า ต่างหูแก้วมณี

และหญิงทั้งหลายเกิดในสกุลที่มั่งคั่ง

ทั้งหมดเหล่านั้นล้วนเป็นเครื่องอุปโภคของคนมั่งคั่ง

คนผู้ไม่มั่งคั่งก็เป็นเครื่องอุปโภคของคนมั่งคั่ง

ข้าพระองค์เห็นเหตุแม้นี้ จึงกราบทูลว่า

คนมีปัญญาเป็นคนเลว คนมีสิริเท่านั้นประเสริฐ


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka