Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 517

<< | หน้าที่ 517 | >>
[๒๖๕] พระราชาพระองค์นั้นเสด็จเข้าไปยังนิเวศน์ของพญานาคจัมเปยยะ

ซึ่งประดับตบแต่งไว้แล้ว อันมีรัศมีโอภาสเปล่งปลั่ง

ดุจดังแสงอาทิตย์แรกอุทัย และประดุจดังสายฟ้าในกลุ่มเมฆ

[๒๖๖] พระเจ้ากาสีพระองค์นั้น

เสด็จทอดพระเนตรจนทั่วพระนิเวศน์ของพญานาคจัมเปยยะ

ที่ดารดาษด้วยพฤกษชาตินานาพันธุ์

ซึ่งอบอวลด้วยกลิ่นหอมนานาประการ

[๒๖๗] เมื่อพระเจ้ากาสีเสด็จไปยังนิเวศน์ของพญานาคจัมเปยยะ

เหล่าทิพย์ดนตรีก็บรรเลง ทั้งเหล่านางนาคกัญญาก็ฟ้อนรำ

[๒๖๘] พระเจ้ากาสีเสด็จขึ้นสู่นาคนิเวศน์

ซึ่งมีหมู่นางนาคกัญญาตามเสด็จ

ทรงพอพระทัย ประทับนั่งบนภัทรบิฐทองคำ

มีพนักอิงฉาบไล้ด้วยจุรณแก่นจันทน์หอมซึ่งเป็นทิพย์

{๒๒๐๑} [๒๖๙] พระองค์เสวยและทรงรื่นรมย์อยู่ในนาคพิภพนั้นแล้ว

ได้ตรัสกับพญานาคจัมเปยยะว่า ท่านมีวิมานอันประเสริฐเหล่านี้

ซึ่งรัศมีเปล่งปลั่งดังรัศมีดวงอาทิตย์ วิมานเช่นนี้ในมนุษยโลกไม่มี

นาคราช เพื่อประสงค์อะไรอีก ท่านจึงยังบำเพ็ญตบะอยู่

[๒๗๐] นางนาคกัญญาเหล่านั้นสวมสังวาลทองคำ

ใส่เสื้อผ้าสวยงาม มีองคุลีกลมกลึง มีฝ่ามือฝ่าเท้าแดง

ผิวพรรณไม่ทรามเลย คอยประคองให้ท่านดื่มน้ำทิพย์

ความงามเช่นนี้ในมนุษยโลกไม่มี

นาคราช เพื่อประสงค์อะไร ท่านจึงยังบำเพ็ญตบะอยู่

[๒๗๑] อนึ่ง ในพิภพของท่าน แม่น้ำเหล่านี้

ดาษดื่นด้วยฝูงปลามีเกล็ดหนานานาชนิด

มีนกเงือกเปล่งสำเนียงเสียงร้องอยู่ระงมไพร มีท่าน้ำที่สวยงาม

นทีทิพย์เช่นนี้ในมนุษยโลกไม่มี

นาคราช เพื่อประสงค์อะไรอีก ท่านจึงยังบำเพ็ญตบะอยู่


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka