Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 521

<< | หน้าที่ 521 | >>
(พระศาสดาตรัสเล่าเรื่องว่า)

{๒๒๐๙} [๒๘๙] ภายในเมืองนั้นเอง ได้มีกุมารีแรกรุ่นนางหนึ่ง

มีผิวพรรณรูปร่างงดงาม เป็นหญิงฉลาดการฟ้อนรำขับร้อง

และได้รับการฝึกฝนเป็นอย่างดีในการบรรเลงดนตรี

[๒๙๐] นางได้เข้าไปภายในพระราชฐาน

ได้กราบทูลพระราชาดังนี้ว่า

ถ้าหม่อมฉันจักได้พระกุมารเป็นภัสดา

หม่อมฉันก็พึงประเล้าประโลมพระกุมารนั้น

{๒๒๑๐} [๒๙๑] พระราชาได้ตรัสกับนางผู้กราบทูลอย่างนั้นดังนี้ว่า

เธอประเล้าประโลมเขาได้ เธอจักได้เขาเป็นภัสดา

(พระศาสดาทรงประกาศความข้อนั้นว่า)

{๒๒๑๑} [๒๙๒] ก็นางครั้นไปถึงภายในพระราชฐาน

ได้บรรเลงดนตรียั่วยวนความใคร่นานับประการ

ขับกล่อมคาถาอันไพเราะจับใจ น่ารักใคร่

{๒๒๑๒} [๒๙๓] ก็เพราะทรงสดับเสียงขับกล่อมแห่งนารีนั้นขับกล่อมอยู่

กามฉันทะได้เกิดขึ้นแก่พระกุมารนั้น

พระองค์จึงทรงสอบถามชนผู้อยู่รอบ ๆ ข้างว่า

[๒๙๔] นั่นเสียงใครกัน ใครกันนั่นขับร้องสำเนียงเสียงสูง ๆ ต่ำ ๆ

ได้อย่างไพเราะ จับใจ น่ารักใคร่นักหนา เสนาะหูเราเหลือเกิน

(ข้าราชบริพารกราบทูลว่า)

{๒๒๑๓} [๒๙๕] ขอเดชะพระองค์ผู้สมมติเทพ นั่นเป็นเสียงสตรี

น่าเพลิดเพลินมิใช่น้อย ถ้าพระองค์พึงบริโภคกาม

กามทั้งหลายจะพึงทำพระองค์ให้พอพระทัยยิ่งขึ้น

(พระราชกุมารตรัสว่า)

{๒๒๑๔} [๒๙๖] เชิญนางมาทางนี้ ทำไมขับร้องอยู่ห่างไกลนัก

จงขับร้องอยู่ใกล้ ๆ ตำหนักของเรา และใกล้ ๆ เรา


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka