Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 522

<< | หน้าที่ 522 | >>
(พระศาสดาตรัสต่อไปว่า)

{๒๒๑๕} [๒๙๗] นางขับร้องอยู่ภายนอกฝาห้องพระบรรทม

แล้วได้เลื่อนเข้าไปในเรือนสำหรับบำเพ็ญฌานโดยลำดับ

เพื่อจะผูกมัดพระกุมารเหมือนการจับช้างป่า

{๒๒๑๖} [๒๙๘] เพราะทรงรู้รสแห่งกาม ความริษยาได้เกิดแก่พระกุมารว่า

เราเท่านั้นพึงบริโภคกาม อย่าพึงมีชายอื่นอยู่เลย

[๒๙๙] ต่อแต่นั้น ทรงจับพระแสงดาบ เสด็จเข้าไปหาชายทั้งหลาย

เพื่อจะทรงฆ่าทิ้งเสีย ด้วยพระดำริว่า

เราคนเดียวเท่านั้นจักบริโภคกาม อย่าพึงมีชายอื่นอยู่เลย

{๒๒๑๗} [๓๐๐] แต่นั้น ชาวชนบททั้งปวงได้มาพร้อมกันคร่ำครวญร้องทุกข์ว่า

ขอเดชะมหาราช พระราชโอรสพระองค์นี้

ทรงเบียดเบียนชนผู้ไม่ประทุษร้าย พระเจ้าข้า

{๒๒๑๘} [๓๐๑] ก็ขัตติยราชาทรงเนรเทศพระราชโอรสพระองค์นั้น

จากรัฐสีมาของพระองค์ด้วยพระบรมราชโองการว่า

แว่นแคว้นพ่อมีอยู่ประมาณเพียงใด

เจ้าไม่ควรอยู่ในเขตมีประมาณเพียงนั้น

{๒๒๑๙} [๓๐๒] ครั้งนั้น พระราชโอรสนั้นทรงพาพระชายา

เสด็จไปถึงฝั่งสมุทรแห่งหนึ่ง

ทรงสร้างบรรณศาลาแล้วเสด็จเข้าป่าเพื่อทรงแสวงหาผลาผล

{๒๒๒๐} [๓๐๓] ครั้งนั้น ฤๅษีตนหนึ่งได้เหาะมาเหนือสมุทรถึงบรรณศาลานั้น

ท่านได้เข้าไปยังบรรณศาลาของพระกุมารนั้น

ในเวลาที่นางกุมาริกาจัดแจงพระกระยาหาร

{๒๒๒๑} [๓๐๔] ส่วนพระชายาได้ประเล้าประโลมฤๅษีนั้น

ดูเอาเถิด กรรมที่นางทำแสนจะหยาบช้าเพียงไร

ที่ฤๅษีตนนั้นเคลื่อนจากพรหมจรรย์และเสื่อมจากฤทธิ์


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka