Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 530

<< | หน้าที่ 530 | >>
[๓๔๔] ถ้าคนยกเรือลงน้ำพายไป นำคนข้ามฟากไปยังฝั่งได้แม้ฉันใด

พยาธิและชราก็ฉันนั้น ย่อมนำสัตว์ไปสู่อำนาจ

ของมัจจุราชผู้ทำที่สุดแน่นอน

(อัสสปาลกุมารเมื่อจะแสดงธรรมแก่พระราชบิดา จึงตรัส ๒ คาถาว่า)

{๒๒๕๐} [๓๔๕] กามทั้งหลายเสมือนเปือกตม เสมือนหล่ม

เป็นเครื่องนำใจเหล่าสัตว์ไปได้ ข้ามได้ยาก

เป็นที่ตั้งแห่งพญามัจจุราช

สัตว์ทั้งหลายผู้จมอยู่ในเปือกตมและหล่มคือกามนั้น

เป็นผู้มีอัตภาพเลวทรามย่อมข้ามถึงฝั่งคือพระนิพพานหาได้ไม่

[๓๔๖] เมื่อก่อน อัตภาพนี้ได้กระทำกรรมอันหยาบช้าไว้

ข้าพระพุทธเจ้าได้รับวิบากกรรมนั้นแล้ว

ความพ้นจากวิบากกรรมนี้ไม่มีแก่ข้าพระพุทธเจ้าเลย

ข้าพระพุทธเจ้าจะปิดกั้นปกปักรักษาอัตภาพนั้นไว้

ขออัตภาพนี้อย่าได้กระทำกรรมหยาบช้าอีกเลย

(โคปาลกุมารทรงปฏิเสธพระราชบิดาแล้ว จึงตรัสคาถาว่า)

{๒๒๕๑} [๓๔๗] ขอเดชะพระมหาราช นายโคบาลเมื่อไม่เห็นโคที่หายไปในป่า

ย่อมตามหาฉันใด ขอเดชะพระเจ้าเอสุการีมหาราช

ประโยชน์ของข้าพระพุทธเจ้าก็หายไปแล้วฉันนั้น

ไฉนเล่า ข้าพระพุทธเจ้านั้นจะไม่พึงแสวงหา

(และท่านได้ฟังพระดำรัสขอร้องของพระราชบิดาแล้ว จึงตรัสคาถาอีกว่า)

{๒๒๕๒} [๓๔๘] คนกล่าวผัดเพี้ยนว่า พรุ่งนี้ก็เสื่อม ว่า มะรืนนี้ก็ยิ่งเสื่อม

ธีรชนคนใดเล่าจะพึงรู้ว่า อนาคตนั้นไม่มี

แล้วบรรเทาความพอใจที่เกิดขึ้นได้

(อชปาลกุมารกราบทูลปฏิเสธพระราชบิดาแล้ว จึงตรัส ๒ คาถาว่า)

{๒๒๕๓} [๓๔๙] ข้าพระพุทธเจ้าเห็นหญิงสาวคนหนึ่ง

ท่องเที่ยวไปเหมือนคนเมา มีดวงตาเหมือนดอกการะเกด

พญามัจจุราชได้คร่าชีวิตนางในปฐมวัยซึ่งยังมิได้บริโภคโภคะไป


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka