Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 557

<< | หน้าที่ 557 | >>
(โสนุตตรพรานนั้นรับพระเสาวนีย์แล้วทูลถามว่า)

{๒๓๓๘} [๑๑๑] พญาช้างอาศัยอยู่ที่ไหน เข้าไปยืนอยู่ที่ไหน

หนทางไหนเป็นหนทางที่พญาช้างเดินไปอาบน้ำ

ก็พญาช้างนั้นอาบน้ำอย่างไร

ไฉนเล่าข้าพระพุทธเจ้าจะรู้ความเป็นไปของพญาช้างได้

(พระราชเทวีตรัสบอกถึงสถานที่ซึ่งจะพบช้างเผือกได้ว่า)

{๒๓๓๙} [๑๑๒] ณ สถานที่ที่พญาช้างอาศัยอยู่นั่นแล

มีสระโบกขรณีอยู่ไม่ไกล น่ารื่นรมย์ มีท่าน้ำสวยงาม ทั้งมีน้ำมาก

มีดอกปทุมบานสะพรั่ง มีหมู่ภมรคลุกเคล้าเกษรอยู่เป็นอาจิณ

พญาช้างนั้นลงอาบน้ำในสระโบกขรณีนี้แหละ

[๑๑๓] พญาช้างเผือกชำระศีรษะแล้ว ทัดดอกอุบล

มีร่างกายผิวพรรณผุดผ่องขาวราวกะดอกบุณฑริก

รื่นเริงบันเทิงใจให้พระนางสุภัทรามเหสีเดินนำหน้าไปยังที่อยู่ของตน

(พระศาสดาเมื่อจะทรงขยายความให้แจ้ง จึงตรัสว่า)

{๒๓๔๐} [๑๑๔] นายพรานนั้นรับพระเสาวนีย์ของพระนางที่ปราสาทชั้นที่ ๗

นั้นแหละแล้วจึงถือกระบอกลูกเกาทัณฑ์และธนูคันใหญ่ไป

พิจารณาคีรีบรรพตใหญ่ทั้ง ๗ เทือก

จึงเห็นคีรีบรรพตสูงใหญ่ชื่อว่าสุวรรณปัสสคีรี

[๑๑๕] แล้วจึงขึ้นไปยังเสลบรรพตซึ่งเป็นที่อยู่ของหมู่กินนร

มองลงไปเบื้องล่างเชิงเขา ได้เห็นพญาไทรมีสีสันงาม

เสมอเหมือนเมฆ มีย่านไทรห้อยย้อยอยู่ ๘,๐๐๐ ย่าน

[๑๑๖] ณ ใต้ต้นไทรนั้น เขาได้เห็นพญากุญชร

งามีรัศมี ๖ ประการ ยากที่ใครอื่นจะข่มขี่ได้

พญาช้างเผือกนั้นมีช้างประมาณ ๘,๐๐๐ เชือก

มีงางอนงามเหมือนงอนรถ วิ่งไล่ประหารปัจจามิตรเร็วปานลมพัด

แวดล้อมรักษาอยู่


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka