Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 558

<< | หน้าที่ 558 | >>
[๑๑๗] อนึ่ง เขาได้เห็นสระโบกขรณีอยู่ไม่ไกล น่ารื่นรมย์

มีท่าน้ำสวยงาม ทั้งมีน้ำมาก มีดอกปทุมบานสะพรั่ง

มีหมู่ภมรคลุกเคล้าเกษรอยู่เป็นอาจิณ

ซึ่งเป็นสถานที่ที่พญาช้างนั้นลงอาบน้ำ

[๑๑๘] ครั้นได้เห็นความเป็นไป การยืน

และหนทางที่พญาช้างนั้นเดินไปอาบน้ำแล้ว

นายพรานผู้ชั่วช้าถูกพระนางสุภัทราเทวี

ผู้ตกอยู่ในอำนาจแห่งจิตทรงใช้มา จึงได้ไปขุดหลุม

{๒๓๔๑} [๑๑๙] นายพรานผู้มีนิสัยทำกรรมหยาบช้า ครั้นขุดหลุมแล้ว

จึงปิดด้วยแผ่นไม้กระดาน แล้วหย่อนตัวลงไป

จับธนูยิงพญาช้างที่เดินมาข้างหลุมด้วยลูกเกาทัณฑ์ใหญ่

[๑๒๐] ก็แหละพญาช้างพอถูกยิงก็บันลือร้องก้องโกญจนาท

ช้างทั้งหมดก็พากันบันลือเสียงอื้ออึง

ต่างพากันวิ่งไปมารอบ ๆ ทั้ง ๘ ทิศ

ทำหญ้าและไม้ให้แหลกเป็นจุรณ

[๑๒๑] พญาช้างจับนายพรานนั้นด้วยหมายใจว่า เราจักฆ่ามัน

ได้เห็นผ้ากาสาวพัสตร์อันเป็นธงชัยแห่งฤๅษีทั้งหลาย

ทั้ง ๆ ที่ได้รับทุกขเวทนา ก็เกิดสัญญาขึ้นว่า

บุคคลผู้ทรงธงชัยแห่งพระอรหันต์ สัตบุรุษไม่ควรฆ่า

(พญาช้างกล่าวกับนายพรานนั้นว่า)

{๒๓๔๒} [๑๒๒] ผู้ใดมีกิเลสดุจน้ำฝาดยังไม่หมดไป

ปราศจากทมะและสัจจะ จักนุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์

ผู้นั้นไม่สมควรจะนุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์เลย

[๑๒๓] ส่วนผู้ใดคลายกิเลสดุจน้ำฝาดได้แล้ว

ตั้งมั่นด้วยดีในศีลทั้งหลาย ประกอบด้วยทมะและสัจจะ

ผู้นั้นแลสมควรจะนุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka