Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 586

<< | หน้าที่ 586 | >>
[๓๑๕] เมื่อไม่ทรงพบพระราชบุตร ก็ทรงไหว้วอนราชสีห์

เสือโคร่ง และหมู่เนื้อเหล่าอื่นในป่าว่า

ข้าพเจ้าขอถึงท่านทั้งหลายเป็นที่พึ่งที่ระลึก

[๓๑๖] เมื่อไม่ทรงพบพระราชบุตร ก็ทรงไหว้วอนเทพเจ้า

ผู้สิงสถิตอยู่ที่กอหญ้าลดาวัลย์และหมู่ไม้โอสถตลอดจนบรรพต

และพงศ์ไพรว่า ข้าพเจ้าขอถึงท่านทั้งหลายเป็นที่พึ่งที่ระลึก

[๓๑๗] เมื่อไม่ทรงพบพระราชบุตร ก็ทรงไหว้วอน

หมู่ดาวนักษัตรในยามราตรีซึ่งมีรัศมีเสมอด้วยดอกราชพฤกษ์ว่า

ข้าพเจ้าขอถึงท่านเป็นที่พึ่งที่ระลึก

[๓๑๘] เมื่อไม่ทรงพบพระราชบุตร ก็ทรงไหว้วอนเทพเจ้า

ผู้สถิตที่แม่น้ำคงคาซึ่งมีนามว่าภาคีรถี

เป็นที่รองรับการไหลมาแห่งแม่น้ำสายอื่นจำนวนมากว่า

ข้าพเจ้าขอถึงท่านเป็นที่พึ่งที่ระลึก

[๓๑๙] เมื่อไม่ทรงพบพระราชบุตร ก็ทรงไหว้วอน

(เทพเจ้าผู้สิงสถิตอยู่ ณ) ภูเขาหิมวันต์ที่ประเสริฐกว่าขุนเขาทั้งปวง

ซึ่งเต็มด้วยศิลาว่า ข้าพเจ้าขอถึงท่านเป็นที่พึ่งที่ระลึก

(โสตถิเสนทูลถามพระนางสัมพุลาว่า)

{๒๔๑๑} [๓๒๐] พระราชบุตรีผู้มียศ พระนางกลับมาจนเย็นค่ำเชียวหนอ

วันนี้พระนางสมคบกับใครหนอ

ใครกันหนอเป็นที่รักของพระนางยิ่งกว่าหม่อมฉัน

(พระนางสัมพุลาตรัสว่า)

{๒๔๑๒} [๓๒๑] หม่อมฉันถูกทานพผู้เป็นศัตรูนั้นจับไว้

ได้กล่าวกับมันอย่างนี้ว่า

การที่รากษสจะกินเรา ถึงกระนั้นก็หาใช่ความทุกข์ของเราไม่

เราทุกข์อยู่แต่ว่า พระลูกเจ้าจะเข้าพระทัยผิด


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka