Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 587

<< | หน้าที่ 587 | >>
(โสตถิเสนได้ฟังดังนั้นแล้วจึงตรัสว่า)

{๒๔๑๓} [๓๒๒] นางโจรมีเล่ห์เหลี่ยมมากมาย ยากที่จะหาความสัตย์ได้

หญิงทั้งหลายมีภาวะรู้ได้ยากเหมือนปลาที่ว่ายไปในน้ำ

(พระนางสัมพุลาทรงทำสัจกิริยาหลั่งน้ำลงที่ศีรษะของโสตถิเสนนั้นว่า)

{๒๔๑๔} [๓๒๓] ขอความสัตย์จงคอยพิทักษ์รักษาหม่อมฉัน

อย่างที่หม่อมฉันไม่เคยรักชายอื่นยิ่งไปกว่าทูลกระหม่อมเถิด

ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขอพระโรคของทูลกระหม่อมจงระงับไป

(พระสสุรดาบสตรัสถามพระนางสัมพุลาผู้มีอินทรีย์เหี่ยวแห้งว่า)

{๒๔๑๕} [๓๒๔] พญาช้าง ๗๐๐ เชือกซึ่งมีทหารถืออาวุธอย่างเข้มแข็งขับขี่

และนายขมังธนูอีก ๑,๖๐๐ นายเฝ้ารักษาตลอดคืนตลอดวัน

แม่นางผู้เจริญ พระนางยังจะพบศัตรูชนิดไหนอีก

(พระนางสัมพุลากราบทูลว่า)

{๒๔๑๖} [๓๒๕] ขอเดชะพระบิดา พระราชบุตรทอดพระเนตรเห็น

นางสนมนารีผู้ประดับตบแต่งเรือนร่าง มีผิวพรรณงามดังกลีบปทุม

รุ่นกำดัด มีเสียงไพเราะดังนางพญาหงส์

และทรงสดับเสียงหัวเราะขับกล่อมประโคม

บัดนี้สำหรับหม่อมฉัน พระลูกเจ้าหาเป็นดังเช่นก่อนไม่

[๓๒๖] ขอเดชะพระบิดา สนมนารีเหล่านั้น

ทรงเครื่องประดับล้วนเป็นทองคำ มีเรือนร่างเฉิดโฉม

ประดับด้วยอลังการนานาชนิด เพริศพริ้งดังสาวสวรรค์

เป็นที่โปรดปรานของท้าวโสตถิเสน ล้วนมีทรวดทรงหาที่ติมิได้

เป็นขัตติยกัญญาพากันปรนเปรอท้าวเธออยู่

[๓๒๗] ขอเดชะพระบิดา ถ้าหากพระราชโอรส

ทรงยกย่องหม่อมฉันและไม่ทรงดูหมิ่นหม่อมฉัน

เหมือนคราวที่หม่อมฉัน เคยเที่ยวแสวงหาผลาผล

เลี้ยงดูพระสวามีอยู่ในป่าในกาลก่อนไซร้ สำหรับหม่อมฉัน

ป่านั้นแหละประเสริฐกว่าราชสมบัติในกรุงพาราณสีนี้เสียอีก


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka