Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 600

<< | หน้าที่ 600 | >>
[๓๔] ส่วนคนบางคนไม่ตั้งใจฟังด้วยดี

ไม่อาศัยท่านผู้เป็นพหูสูต ซึ่งตั้งอยู่ในธรรม

ไม่ไตร่ตรองเหตุผล ย่อมไม่ได้ลุถึงปัญญา

[๓๕] อนึ่ง ผู้ใดรู้จักจำแนกธรรม ลุกขึ้นในกาลที่เหมาะสม

ไม่เกียจคร้าน บากบั่นตามกาลเวลา ผลงานของผู้นั้นย่อมสำเร็จ

[๓๖] ประโยชน์ของบุคคลผู้มิใช่เป็นบ่อเกิดแห่งศีล

ผู้คบหาบุคคลผู้มิใช่บ่อเกิดแห่งศีล

ผู้มีปกติเบื่อหน่ายการทำงาน ย่อมไม่เผล็ดผลโดยชอบ

[๓๗] ส่วนประโยชน์ของบุคคลผู้ประกอบธรรมอันเป็นภายใน

ผู้คบหาบุคคลผู้เป็นบ่อเกิดแห่งศีลเช่นนั้น

มีปกติไม่เบื่อหน่ายการทำงาน ย่อมเผล็ดผลโดยชอบ

[๓๘] ขอเดชะเสด็จพ่อ ขอเสด็จพ่อจงทรงใฝ่หาปัญญา

คือการตามประกอบความเพียรในเหตุที่ควรประกอบ

และใฝ่หาการอนุรักษ์ทรัพย์ที่ทรงรวบรวมไว้ทั้ง ๒ อย่างนั้นเถิด

อย่าทรงทำลายทรัพย์ด้วยเหตุอันไม่สมควรเลย

เพราะคนมีปัญญาทรามย่อมล่มจม

เหมือนเรือนไม้อ้อ เพราะการกระทำอันไม่สมควร

(พระโพธิสัตว์พรรณนากำลัง ๕ ประการนี้แล้ว ยกกำลังคือปัญญาขึ้นกราบ ทูลแด่พระราชาอีกว่า)

{๒๔๔๕} [๓๙] ขอเดชะพระมหาราชผู้เป็นกษัตริย์ ขอพระองค์โปรด

ทรงประพฤติธรรมในพระราชมารดาและพระราชบิดาเถิด

ครั้นทรงประพฤติธรรมในโลกนี้แล้ว จักเสด็จสู่สวรรค์

[๔๐] ขอเดชะพระมหาราชผู้เป็นกษัตริย์ ขอพระองค์โปรด

ทรงประพฤติธรรมในพระโอรสและพระชายาเถิด

ครั้นทรงประพฤติธรรมในโลกนี้แล้ว จักเสด็จสู่สวรรค์


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka