Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 605

<< | หน้าที่ 605 | >>
(ต่อแต่นั้นพระมหาสัตว์สรภังคดาบสเมื่อจะตอบปัญหา จึงกล่าวว่า)

{๒๔๕๘} [๖๔] ในกาลบางคราว บุคคลฆ่าความโกรธเสียได้จึงไม่เศร้าโศก

ฤๅษีทั้งหลายสรรเสริญการละความลบหลู่

บุคคลควรอดทนคำหยาบคายที่ทุกคนกล่าว

สัตบุรุษทั้งหลายกล่าวความอดทนนั้นว่า ยอดเยี่ยม

(ท้าวสักกะตรัสว่า)

{๒๔๕๙} [๖๕] คำของบุคคลทั้ง ๒ จำพวก คือ

คนที่เสมอกัน ๑ คนที่ประเสริฐกว่า ๑

บุคคลอาจจะอดกลั้นได้

แต่บุคคลจะพึงอดทนถ้อยคำของคนที่เลวกว่าได้อย่างไรหนอ

นิมนต์บอกเนื้อความข้อนั้นแก่โยมเถิด ท่านโกณฑัญญะ

(สรภังคดาบสตอบว่า)

{๒๔๖๐} [๖๖] แท้จริง บุคคลอดทนถ้อยคำของคนประเสริฐกว่าได้

เพราะความกลัว

อดทนถ้อยคำของคนเสมอกันได้เพราะการแข่งขันเป็นเหตุ

แต่ผู้ใดพึงอดทนถ้อยคำของคนที่เลวกว่าในโลกนี้ได้

ความอดทนนั้นของบุคคลนั้นสัตบุรุษกล่าวว่า ยอดเยี่ยม

(ต่อมาพระมหาสัตว์สรภังคดาบสตอบท้าวสักกะแล้ว เมื่อจะประกาศสภาพที่ สัตว์ทั้งหลายเป็นผู้ประเสริฐเป็นต้นเป็นสภาพที่รู้ได้ยากด้วยอาการเพียงเห็นรูปร่าง เว้นแต่การอยู่ร่วมกัน จึงกล่าวคาถาว่า)

{๒๔๖๑} [๖๗] สภาวะที่ปกปิดไว้ด้วยอิริยาบถทั้ง ๔

บุคคลจะรู้ได้อย่างไรว่า ประเสริฐกว่า เสมอกัน หรือเลวกว่า

เพราะว่าสัตบุรุษทั้งหลายย่อมเที่ยวไปด้วยสภาวะที่ผิดรูป

เพราะเหตุนั้น บุคคลควรอดทนถ้อยคำของคนทั้งปวง


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka