Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 606

<< | หน้าที่ 606 | >>
(เมื่อท้าวสักกะหมดความสงสัย พระมหาสัตว์สรภังคดาบสจึงกล่าวคาถา ทูลว่า)

{๒๔๖๒} [๖๘] สัตบุรุษผู้มีขันติพึงได้ประโยชน์อันใด

ประโยชน์นั้นเสนาแม้หมู่ใหญ่พร้อมด้วยพระราชารบอยู่ก็ไม่พึงได้

เวรทั้งหลายย่อมสงบระงับได้ด้วยกำลังแห่งขันติ

(ต่อมาท้าวสักกเทวราชทรงทราบอัธยาศัยของพระราชาทั้งหลายแล้วจึงตรัสถาม ความสงสัยของพระราชาเหล่านั้นว่า)

{๒๔๖๓} [๖๙] โยมขออนุโมทนาคำสุภาษิตของพระคุณเจ้า

โยมขอถามปัญหาข้ออื่นกับพระคุณเจ้า

ขอพระคุณเจ้าโปรดกล่าวแก้ปัญหานั้น

ขอพระคุณเจ้าโปรดบอกถึงคติของพระราชาทั้งหลาย

ผู้กระทำบาปกรรมอันร้ายแรง คือ

พระเจ้าทัณฑกี ๑ พระเจ้านาฬิกีระ ๑

พระเจ้าอัชชุนะ ๑ พระเจ้ากลาพุ ๑

พระราชาทั้งหลายเหล่านั้นเบียดเบียนฤๅษี

พากันไปเกิด ณ ที่ไหน

(พระมหาสัตว์สรภังคดาบสตอบปัญหาของท้าวสักกะว่า)

{๒๔๖๔} [๗๐] ก็พระเจ้าทัณฑกีได้ลงโทษกีสวัจฉดาบส เป็นผู้ตัดมูลราก

พร้อมทั้งอาณาประชาราษฏร์หมกไหม้อยู่ในนรกชื่อกุกกุฬะ

ถ่านเพลิงที่ปราศจากเปลวเพลิงตกต้องกายของพระองค์

[๗๑] พระราชาพระองค์ใดได้ทรงเบียดเบียนบรรพชิตทั้งหลาย

ผู้สำรวม ผู้กล่าวธรรม ผู้สงบ ไม่ประทุษร้าย

พระราชาพระองค์นั้นทรงพระนามว่า พระเจ้านาฬิกีระ

สุนัขทั้งหลายพากันรุมกัดกิน ทรงดิ้นรนอยู่ในปรโลก


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka