Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 610

<< | หน้าที่ 610 | >>
(พระราชาทั้งหลายทรงชมเชยพระมหาสัตว์สรภังคดาบสว่า)

{๒๔๗๒} [๘๗] พระคุณเจ้ารู้จิตของผู้อื่นว่า โยมทุกคนละกามราคะได้แล้ว

ข้อนั้นเป็นจริงอย่างนั้นแหละ

ขอพระคุณเจ้าจงกระทำโอกาสเพื่ออนุเคราะห์

โดยประการที่โยมทุกคนจะบรรลุถึงคติของพระคุณเจ้าเถิด

(พระมหาสัตว์สรภังคดาบสให้โอกาสแก่พระราชาทั้ง ๓ พระองค์ว่า)

{๒๔๗๓} [๘๘] อาตมาจะกระทำโอกาสเพื่ออนุเคราะห์

เพราะมหาบพิตรทั้งหลายทรงละกามราคะได้แล้วอย่างแท้จริง

ขอมหาบพิตรทั้งหลายทรงแผ่ปีติที่ไพบูลย์ให้แผ่ซ่านไปทั่วพระวรกาย

โดยประการที่จะบรรลุถึงคติของอาตมาเถิด

(พระราชาเหล่านั้นเมื่อจะทรงยอมรับ จึงได้ตรัสว่า)

{๒๔๗๔} [๘๙] ท่านผู้มีปัญญาเพียงดังแผ่นดิน พระคุณเจ้าจะกล่าวคำใดใด

โยมทั้งหลายจะกระทำตามคำพร่ำสอนของพระคุณเจ้านั้นทุกอย่าง

จะแผ่ปีติที่ไพบูลย์ไปทั่วกาย

โดยประการที่จะบรรลุถึงคติของพระคุณเจ้า

(ลำดับนั้น พระมหาสัตว์สรภังคดาบสให้พระราชาเหล่านั้นพร้อมทั้งพลนิกาย บวช เมื่อจะส่งหมู่ฤๅษีไป จึงกล่าวว่า)

{๒๔๗๕} [๙๐] ท่านผู้เจริญทั้งหลาย พวกเราทำการบูชา

กีสวัจฉดาบสอย่างนี้แล้ว

ขอฤๅษีทั้งหลายผู้เป็นคนดี จงไปยังที่อยู่ของตนเถิด

ท่านทั้งหลายจงยินดีในฌาน มีจิตตั้งมั่นในกาลทุกเมื่อ

ความยินดีนั้นเป็นคุณชาติประเสริฐสุดสำหรับบรรพชิต

(พระศาสดาทรงทราบความนี้แล้วได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า)

{๒๔๗๖} [๙๑] ครั้นได้สดับคาถาซึ่งประกอบด้วยประโยชน์อย่างยิ่ง

ที่ฤๅษีผู้เป็นบัณฑิตกล่าวดีแล้ว เทวดาทั้งหลายผู้มียศเหล่านั้น

เกิดปีติและโสมนัสอนุโมทนาอยู่ ได้พากันหลีกไปยังเทพบุรี


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka