Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 28 หน้าที่ 5

<< | หน้าที่ 5 | >>
ที่อาศรมของข้าพเจ้านั้นมีอยู่เพียงพอ

และพวกนายพรานพากันมายังที่นั้นแล้ว

ขออย่าได้ลักมูลผลาหาร จากอาศรมของข้าพเจ้านั้นไปเลย

(อิสิสิงคดาบสกล่าวว่า)

{๑๕} [๒๓] ขณะนี้ บิดาของข้าพเจ้าไปแสวงหามูลผลาหาร

จะกลับมาในตอนเย็น เราทั้ง ๒ จะไปยังอาศรมนั้น

ต่อเมื่อบิดากลับมาจากการแสวงหามูลผลาหาร

(พระราชธิดานฬินิกาตรัสว่า)

{๑๖} [๒๔] ฤๅษีและพระราชฤๅษีทั้งหลายผู้เป็นคนดีเหล่าอื่น

มีจำนวนมากอยู่ตามทาง

ท่านจงถามฤๅษีเหล่านั้นถึงอาศรมของข้าพเจ้าเถิด

ฤๅษีเหล่านั้นจักนำท่านไป ณ สถานที่อยู่ของข้าพเจ้าเอง

(พระดาบสโพธิสัตว์กลับมาจากป่าแล้วถามว่า)

{๑๗} [๒๕] เจ้ามิได้หักฟืน มิได้ตักน้ำ มิได้ก่อไฟ

เพราะเหตุไรหนอ เจ้าจึงเหงาหงอยซบเซาอยู่

[๒๖] แน่ะลูกผู้ประพฤติพรหมจรรย์

เมื่อก่อน ฟืนเจ้าก็หัก ไฟเจ้าก็บูชา

แม้ไฟสำหรับผิงเจ้าก็จัดแจงไว้

ตั่งเจ้าก็ตั้งไว้ น้ำเจ้าก็ตักไว้เพื่อพ่อ

ลูกยังประพฤติพรหมจรรย์รื่นรมย์อยู่หรือ

[๒๗] เจ้ามิได้หักฟืน มิได้ตักน้ำ

มิได้ก่อไฟ มิได้หุงต้มโภชนาหาร

วันนี้ ลูกยังมิได้ทักทายพ่อเลย

สิ่งของอะไรหายหรือ หรือว่าลูกมีทุกข์ใจอะไร

๑ มูลผลาหาร คือ อาหารที่ได้จากรากไม้กล่าวคือเหง้า (เหง้าบัว,หัวเผือก,หัวมัน) และผลไม้ทั้งหลายที่มี สีและกลิ่นเป็นต้น (ขุ.ชา.อ. ๘/๒๒/๑๑)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka