Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 28 หน้าที่ 30

<< | หน้าที่ 30 | >>
{๖๔} [๑๕๗] คนผู้มีวาทะว่าไม่มีเหตุ ๑

คนผู้มีวาทะว่าพระอิศวรเป็นผู้สร้างโลก ๑

คนผู้มีวาทะว่าสุขทุกข์เกิดมีเพราะกรรมที่ทำไว้ในชาติปางก่อน ๑

คนผู้มีวาทะว่าโลกนี้ขาดสูญ ๑

คนผู้เป็นนักปกครองที่เป็นพาล ๑

[๑๕๘] คนเหล่านั้นเป็นอสัตบุรุษ เป็นคนพาล

มีความสำคัญตนว่าเป็นบัณฑิตในโลก

คนเช่นนั้นพึงกระทำบาปเองบ้าง

พึงแนะนำให้ผู้อื่นกระทำบาปบ้าง

การคลุกคลีกับอสัตบุรุษมีทุกข์เป็นที่สุด มีผลเผ็ดร้อนเป็นกำไร

{๖๕} [๑๕๙] ในปางก่อน หมาป่าตัวหนึ่งปลอมตัวเป็นแพะ

ไม่ถูกระแวงสงสัยจึงเข้าไปหาฝูงแพะ

ฆ่าทั้งแม่แพะ แพะตัวเมีย และแพะตัวผู้

ทำให้เกิดความสะดุ้งกลัวแล้วจึงไปตามความปรารถนา

[๑๖๐] สมณะและพราหมณ์พวกหนึ่งก็มีวิธีการอย่างนั้น

กระทำการปิดบังตน หลอกลวงมนุษย์ทั้งหลาย

บางพวกไม่บริโภคอาหาร บางพวกนอนบนแผ่นดิน

บางพวกทำการฉาบทาเถ้าธุลีที่ร่างกาย

บางพวกทำความเพียรโดยการเดินกระโหย่ง

บางพวกบริโภคอาหารเป็นครั้งคราว บางพวกไม่ดื่มน้ำ

เป็นผู้มีอาจาระเลวทราม เที่ยวพูดอวดอ้างว่าเป็นพระอรหันต์

[๑๖๑] สมณะและพราหมณ์เหล่านั้นเป็นอสัตบุรุษ เป็นคนพาล

มีความสำคัญตนว่าเป็นบัณฑิตในโลก

คนเช่นนั้นพึงกระทำบาปเองบ้าง

พึงแนะนำให้ผู้อื่นกระทำบาปบ้าง

การคลุกคลีกับอสัตบุรุษมีทุกข์เป็นที่สุด มีผลเผ็ดร้อนเป็นกำไร


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka