Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 28 หน้าที่ 49

<< | หน้าที่ 49 | >>
[๙๔] พระเจ้าอัชชุนะทรงเป็นใหญ่ในแคว้นเกตกะ

มีพระวรกายกำยำล่ำสัน

ทรงเป็นนายขมังธนูผู้ยิ่งใหญ่ มีพระพาหาตั้งพัน

ก็หายสาบสูญไปเพราะระรานโคตมฤๅษี

[๙๕] พระเจ้าทัณฑกีได้ทรงเอาธุลีโปรยใส่กีสวัจฉฤๅษี

ผู้ไม่มีกิเลสเพียงดังธุลี

พระองค์ทรงถึงความพินาศเหมือนต้นตาลถูกตัดราก

[๙๖] พระเจ้ามัชฌะคิดร้ายมาตังคฤๅษีผู้เรืองยศ

จึงได้หายสาบสูญไปพร้อมทั้งบริษัท

แคว้นของพระองค์ก็กลายเป็นป่าไม้ในกาลนั้น

[๙๗] ชาวเมืองอันธกเวณฑยะระรานกัณหทีปายนฤๅษี

ต่างถือไม้พลองตีกันและกัน

ก็พากันไปถึงสถานที่ชำระโทษของพญายม

[๙๘] ส่วนพระเจ้าเจจจะพระองค์นี้

เมื่อก่อนทรงเหาะไปในอากาศได้

ถูกกบิลดาบสสาปมีอัตภาพเสื่อมสิ้นฤทธิ์แล้ว

ถูกแผ่นดินสูบถึงสิ้นพระชนม์

[๙๙] เพราะเหตุนั้นแหละ บัณฑิตทั้งหลายจึงไม่สรรเสริญ

การถึงความลำเอียงเพราะความชอบ

บุคคลไม่พึงมีจิตคิดประทุษร้าย

พึงกล่าววาจาที่ประกอบด้วยความจริง

[๑๐๐] ถ้าว่าคนใดมีใจประทุษร้าย

เพ่งเล็งมุนีผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ

เขาก็จะไปสู่นรกเบื้องต่ำ

[๑๐๑] ชนเหล่าใดพยายามพูดคำหยาบคาย ด่าว่าผู้เฒ่า

ชนเหล่านั้นจะไม่มีที่พึ่ง ไม่มีทายาท

เป็นเหมือนต้นตาลที่ถูกตัดรากถอนโคน


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka