Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 28 หน้าที่ 50

<< | หน้าที่ 50 | >>
[๑๐๒] อนึ่ง คนใดฆ่าบรรพชิตผู้ทำกิจเสร็จแล้ว

ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่

คนนั้นย่อมหมกไหม้อยู่ในกาฬสุตตนรกตลอดราตรีนาน

[๑๐๓] อนึ่ง พระราชาพระองค์ใดไม่ตั้งอยู่ในธรรม

ทรงมีอคติ เที่ยวกำจัดแคว้น ทำชนบทให้เดือดร้อน

สิ้นพระชนม์แล้วจะหมกไหม้อยู่ในตาปนนรก

[๑๐๔] และท้าวเธอจะต้องหมกไหม้อยู่ตลอดแสนปีทิพย์

จะถูกกลุ่มเปลวเพลิงห้อมล้อมเสวยทุกขเวทนา

[๑๐๕] เปลวเพลิงจะเปล่งรัศมีพวยพุ่งออกจากพระกายของท้าวเธอ

สรรพางค์กายพร้อมทั้งขนและเล็บทั้งหลายของสัตว์

ผู้มีไฟเป็นอาหารจะลุกโชนเป็นอันเดียวกัน

[๑๐๖] สัตว์นรกมีกายถูกไฟครอกทั้งภายในและภายนอกอยู่เป็นนิตย์

ถูกความทุกข์ย่ำยีร้องครวญครางอยู่เหมือนช้างถูกสับด้วยตะขอ

[๑๐๗] คนใดเป็นคนต่ำช้า ฆ่าบิดาเพราะความโลภหรือความโกรธ

คนนั้นย่อมหมกไหม้ในกาฬสุตตนรกตลอดราตรีนาน

[๑๐๘] คนผู้ฆ่าบิดาเช่นนั้นจะต้องหมกไหม้อยู่ในโลหกุมภีนรก

และนายนิรยบาลทั้งหลายจะใช้หอกแทงเขาผู้ถูกต้มจนไม่มีหนัง

ทำให้ตาบอด ให้กินปัสสาวะและอุจจาระเป็นอาหาร

แล้วกดคนเช่นนั้นให้จมลงในน้ำกรด

[๑๐๙] นายนิรยบาลบังคับให้สัตว์นรกกินน้ำอุจจาระ

ที่ร้อนจนเดือดพล่าน และก้อนเหล็กแดงที่มีไฟลุกโชน

ถือเอาผาลที่ยาวและร้อนอยู่ตลอดราตรีนาน

งัดปาก เมื่อปากเปิดอ้าจึงใช้เบ็ด

ที่ผูกสายเชือก(ดึงลิ้นออกมา) แล้วจึงยัด(เหล็กแดง)เข้าไป

๑ หนึ่งแสนปีทิพย์ ประมาณ ๕๕,๘๗๒ ล้านปีมนุษย์ (คำนวนตามประมาณอายุ)(อภิ.วิ.อ. ๑/๑๐๒๓/๕๑๕)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka