Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 28 หน้าที่ 81

<< | หน้าที่ 81 | >>
[๑๖๐] แต่เมื่อใดแม่ตื่นขึ้นแล้วไม่เห็นนันทะมา

ความเศร้าโศกและความเสียใจมิใช่น้อยกลับทับถมโดยยิ่ง

[๑๖๑] แม่เห็นนันทะกลับมาในวันนี้

ขอนันทะผู้เป็นที่รักของพ่อแม่จงเข้าไปยังเรือนของพวกเราเถิด

[๑๖๒] นันทะเป็นลูกสุดที่รักแม้ของบิดา

นันทะไม่ควรจากเรือนนี้ไปอีก

พ่อโสณะ ขอนันทะจงได้สิ่งที่ตนปรารถนาเถิด

ขอนันทะจงบำรุงแม่เถิด

(โสณดาบสโพธิสัตว์ประกาศพระคุณของมารดาว่า)

{๑๖๑} [๑๖๓] พ่อฤๅษี มารดาเป็นผู้อนุเคราะห์ เป็นที่พึ่ง

และเป็นผู้ให้รส (คือ น้ำนม) แก่พวกเรามาก่อน

เป็นหนทางแห่งโลกสวรรค์ มารดาปรารถนาเจ้า

[๑๖๔] พ่อฤๅษี มารดาเป็นผู้ให้รสมาก่อน

เป็นผู้คุ้มครอง เป็นที่เข้าไปประกอบบุญกุศล

เป็นหนทางแห่งโลกสวรรค์ มารดาปรารถนาเจ้า

(โสณดาบสโพธิสัตว์เมื่อจะประกาศว่ามารดาเป็นผู้ทำกิจที่ทำได้ยากที่บุคคล อื่นจะทำได้ จึงกล่าวว่า)

{๑๖๒} [๑๖๕] มารดาเมื่อหวังผลคือบุตรจึงนอบน้อมเทวดา

และไต่ถามถึงฤกษ์ ฤดู และปีทั้งหลาย

[๑๖๖] เมื่อมารดานั้นมีระดู การตั้งครรภ์จึงมีได้

เพราะการตั้งครรภ์นั้น มารดาจึงมีการแพ้ท้อง

เพราะเหตุนั้น บัณฑิตจึงเรียกท่านว่า สุหทา หญิงผู้มีใจดี

๑ มารดานอบน้อมเทวดา หมายถึงทำการนอบน้อมคือบนบานต่อเทวดาว่า “ขอลูกจงเกิดขึ้นแก่เรา” ถามถึงฤกษ์ ฤดู และปีทั้งหลาย หมายถึงมารดาต้องการทราบว่าบุตรเกิดในฤกษ์ ฤดู และปีใด จะ มีอายุยืน อายุสั้นอย่างไร (ขุ.ชา.อ. ๘/๑๖๕/๑๙๕-๑๙๖)
๒ เมื่อมารดานั้นมีระดู หมายถึงเมื่อต่อมเลือด(ไข่สุก)เกิดแล้ว ระดูไม่มาตามกำหนด มารดาได้ชื่อว่า สุหทา หญิงผู้มีใจดี (เพราะในเวลานั้นมารดาจะเกิดความรักในบุตรที่เกิดในท้องของตน) (ขุ.ชา.อ. ๘/๑๖๖/๑๙๖)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka