Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 28 หน้าที่ 82

<< | หน้าที่ 82 | >>
[๑๖๗] มารดาประคับประคองครรภ์อยู่หนึ่งปีหรือหย่อนกว่าบ้าง

แล้วจึงคลอดบุตร เพราะเหตุนั้น มารดานั้นจึงชื่อว่า

หญิงผู้ให้กำเนิดบุตร เพราะเหตุนั้น บัณฑิตจึงเรียกท่านว่า

ชเนตตี หญิงผู้ยังบุตรให้เกิด

[๑๖๘] เมื่อบุตรร้องไห้ มารดาก็ปลอบโยนให้ยินดีได้

ด้วยน้ำนมบ้าง ด้วยการร้องเพลงกล่อมบ้าง

ด้วยการกอดไว้แนบอกบ้าง

เพราะเหตุนั้น บัณฑิตจึงเรียกท่านว่า

โตเสนตี หญิงผู้ยังบุตรให้ร่าเริงยินดี

[๑๖๙] จากนั้น เมื่อลมแรงและแดดกล้า

มารดาก็กระทำความรักอย่างจับใจ

มองดูบุตรผู้ยังเป็นเด็กอ่อนไร้เดียงสาอยู่

เพราะเหตุนั้น บัณฑิตจึงเรียกว่า

โปเสนตี หญิงผู้เลี้ยงดูบุตร

[๑๗๐] ทรัพย์อันใดที่เป็นทรัพย์ของมารดาก็ดี

เป็นทรัพย์ของบิดาก็ดี

แม้ทรัพย์ทั้ง ๒ มารดาก็คุ้มครองรักษาไว้เพื่อบุตรนั้น

ด้วยหมายใจว่า แม้ทรัพย์ทั้ง ๒ นี้พึงเป็นของบุตรของเรา

[๑๗๑] มารดาเมื่อให้บุตรสำเหนียกว่า

อย่างนี้ซิลูก อย่างโน้นซิลูก ย่อมลำบาก

และทราบว่าบุตรของตนเมื่อถึงคราวเป็นหนุ่ม

ลุ่มหลงมัวเมาในภรรยาของผู้อื่นอยู่จนดึกดื่นเที่ยงคืน

ไม่กลับมาในเวลาเย็น ก็ย่อมเดือดร้อน ด้วยประการฉะนี้

[๑๗๒] บุตรที่มารดาเลี้ยงดูมาแล้วด้วยความลำบากอย่างนี้

ไม่บำรุงมารดา บุตรคนนั้นชื่อว่า

ประพฤติผิดในมารดา ย่อมเข้าถึงนรก


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka