Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 28 หน้าที่ 102

<< | หน้าที่ 102 | >>
[๑๑๑] นายพรานพาพญาหงส์ทั้ง ๒ ซึ่งมีผิวพรรณผุดผ่อง

คือ หงส์สุมุขะและพญาหงส์ธตรัฏฐะซึ่งอยู่ในกรงหลีกไป

{๒๐๙} [๑๑๒] พญาหงส์ธตรัฏฐะถูกนายพรานนำไปอยู่

ได้กล่าวเนื้อความนี้กับหงส์สุมุขะว่า

เรากลัวนัก สุมุขะ

ด้วยนางพญาหงส์ตัวมีผิวพรรณดังทองคำ

มีลำขาอ่อนได้ลักษณะ

รู้ว่าเราถูกฆ่าแล้วจักฆ่าตัวตายตาม

[๑๑๓] สุมุขะ ก็สุเหมานางพญาหงส์ แม่เนื้อเหลือง

ผู้เป็นธิดาของพญาปากหงส์จักร่ำไห้อย่างแน่นอน

เสมือนนางนกกระเรียนผู้กำพร้าร่ำไห้อยู่ที่ริมฝั่งสมุทร

(หงส์สุมุขะได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวคาถาว่า)

{๒๑๐} [๑๑๔] พระองค์ผู้เป็นใหญ่แห่งสัตวโลกคือหมู่หงส์

มีคุณประมาณมิได้ เป็นครูแห่งหมู่คณะใหญ่

แต่กลับมัวเศร้าโศกรำพันถึงหญิงคนเดียวอย่างนี้

นี้เป็นเหมือนมิใช่การกระทำของคนมีปัญญาเลย

[๑๑๕] ลมย่อมพัดพาเอากลิ่นทั้ง ๒ อย่าง

คือ กลิ่นหอมและกลิ่นเหม็นไป

เด็กอ่อนย่อมเก็บเอาผลไม้ทั้งดิบและสุก

คนตาบอดที่โลเลย่อมรับอามิสฉันใด

ธรรมดาหญิงก็ฉันนั้น

[๑๑๖] พระองค์ไม่รู้จักวินิจฉัยในเหตุทั้งหลาย

ปรากฏกับข้าพระองค์เหมือนคนเขลา

ถึงเวลาจะตายอยู่แล้ว

ก็ยังไม่ทราบกิจที่ควรทำหรือไม่ควรทำ


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka