Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 28 หน้าที่ 108

<< | หน้าที่ 108 | >>
[๑๔๘] บุคคลมุ่งการกล่าวเท็จและความโลภ

คือความต้องการอันชั่วช้าแล้วล่วงเลยสนธิทั้ง ๒ ไป

ย่อมเข้าถึงนรกอันไม่มีความสำราญ

(พระราชาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า)

{๒๒๕} [๑๔๙] สุมุขะ เรามิได้ประพฤติผิดที่จับท่านมาที่นี้

เพราะความโลภก็หามิได้ เราทราบมาว่า ท่านทั้งหลาย

เป็นบัณฑิต มีปัญญาละเอียดอ่อน

เป็นนักคิดแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์

[๑๕๐] ทำอย่างไรพญาหงส์ทั้ง ๒

จึงจะมากล่าววาจาอันมีประโยชน์ ณ ที่นี้

สุมุขะเพื่อนรัก นายพรานถูกเราสั่ง

จึงได้จับท่านด้วยเหตุนั้น

(หงส์สุมุขะได้ฟังดังนั้น จึงกราบทูลว่า)

{๒๒๖} [๑๕๑] ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นเจ้าแห่งแคว้นกาสี

ข้าพระองค์ทั้งหลายเมื่อชีวิตใกล้เข้ามาถึงคราวใกล้ตาย

จึงจะกล่าววาจาที่มีประโยชน์หามิได้เลย

[๑๕๒] ผู้ใดฆ่าเนื้อด้วยเนื้อต่อ หรือว่าฆ่านกด้วยนกต่อ

หรือเบียดเบียนผู้เป็นพหูสูตด้วยสุตะ

จะมีอะไรเล่าเลวทรามไปกว่านั้น

[๑๕๓] ก็ผู้ใดกล่าวถ้อยคำอันประเสริฐ

แต่อิงอาศัยธรรมอันไม่ประเสริฐ

ผู้นั้นชื่อว่าย่อมพลาดจากโลกทั้ง ๒

คือ ทั้งโลกนี้และโลกหน้า

๑ สนธิทั้ง ๒ หมายถึงปฏิสนธิในเทวโลกและมนุษยโลกทั้ง ๒ อธิบายว่า คนที่ทำบาปธรรมเหล่านี้ไว้ ต่อไปเบื้องหน้าก็จะล่วงเลยปฏิสนธิที่เป็นสุคติเข้าถึงนรกที่ไม่น่ายินดีไป (ขุ.ชา.อ. ๘/๑๔๖/๒๕๕)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka