Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 28 หน้าที่ 113

<< | หน้าที่ 113 | >>
[๑๗๗] เราเห็นกุศลธรรมเหล่านี้ดำรงอยู่แล้วในตนด้วยประการฉะนี้

ต่อจากนั้นปีติและโสมนัสมีประมาณไม่น้อยจึงเกิดแก่เรา

[๑๗๘] ส่วนหงส์สุมุขะนี้ไม่ทันคิด

ไม่ทราบความประทุษร้ายแห่งจิตต่อข้าพระองค์

จึงได้เปล่งวาจาอันหยาบคายออกมา

[๑๗๙] หงส์สุมุขะนั้นโกรธ

จึงได้เปล่งวาจาอันหยาบคายโดยไม่ไตร่ตรอง

กล่าวหาโทษที่ไม่มีอยู่ในข้าพระองค์

การเปล่งนี้ดูเหมือนไม่ใช่ของผู้มีปัญญา

(หงส์สุมุขะได้ฟังดังนั้น จึงกราบทูลว่า)

{๒๔๑} [๑๘๐] ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงเป็นอธิบดีแห่งมนุษย์

ความพลั้งพลาดนั้นย่อมมีแก่ข้าพระองค์เพราะความผลุนผลัน

อนึ่ง เมื่อพญาหงส์ธตรัฏฐะติดบ่วง

ข้าพระองค์จึงได้มีทุกข์มากกว่า

[๑๘๑] พระองค์เป็นเสมือนพระบิดาของพระโอรสทั้งหลาย

เป็นเหมือนแผ่นดินเป็นที่พึ่งของภูตทั้งหลาย

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นดุจพญาช้าง ขอพระองค์โปรดทรงงดโทษ

แก่ข้าพระองค์ผู้ถูกความผิดครอบงำด้วยเถิด

(พระราชาทรงสรวมกอดหงส์สุมุขะนั้นเมื่อจะรับการขอโทษ จึงตรัสว่า)

{๒๔๒} [๑๘๒] เมื่อเป็นเช่นนี้ เราขออนุโมทนาต่อท่าน

เพราะท่านไม่ปกปิดความจริง

พญาหงส์ ท่านย่อมทำลายตะปูตรึงจิต

จึงนับได้ว่าท่านเป็นหงส์ผู้ซื่อตรง

๑ ตะปูตรึงจิต หมายถึงเสาแห่งจิตหรือหลักตอแห่งจิต (ได้แก่ ความโกรธ ความไม่พอใจ จิตถูกโทษ ครอบงำทำให้แข็งกระด้างต่อผู้อื่น) (ขุ.ชา.อ. ๘/๑๘/๒๖๒)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka