Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 28 หน้าที่ 132

<< | หน้าที่ 132 | >>
[๒๘๐] ท่านโกสิยะ ขอพระคุณเจ้าจงสดับถ้อยคำของพระอินทร์

ข้าพเจ้าเป็นทูต ท้าวปุรินททะตรัสถามพระคุณเจ้าว่า

(ท่านโกสิยะ) เว้นพระนางอาสาเทวี

พระนางสัทธาเทวี และพระนางสิรีเทวีเสีย

พระนางหิรีเทวีผู้เดียวได้อาหารทิพย์แล้วเพราะเหตุไร

(โกสิยดาบสฟังคำของมาตลีเทพบุตรนั้นแล้ว จึงกล่าวว่า)

{๒๙๐} [๒๘๑] มาตลีเทพสารถี ก็พระนางสิรีเทวี

ปรากฏกับอาตมาว่าเป็นคนตาบอด

พระนางสัทธาเทวีเป็นคนไม่แน่นอน

ส่วนพระนางอาสาเทวีอาตมารู้ได้ว่าเป็นคนพูดจาเหลวไหล

แต่พระนางหิรีเทวีดำรงอยู่ในคุณอันประเสริฐ

(โกสิยดาบสเมื่อจะสรรเสริญคุณของหิรีเทพธิดานั้น จึงกล่าวว่า)

{๒๙๑} [๒๘๒] หญิงใด ๆ บางพวก คือ ๑. หญิงสาว

๒. หญิงที่โคตรตระกูลรักษา ๓. หญิงหม้าย

๔. หญิงมีสามี เหล่านี้รู้ฉันทราคะของตนที่เกิดขึ้นอย่างแรงกล้า ในบุรุษทั้งหลายแล้วหักห้ามจิตของตนเสียได้ด้วยหิริ

[๒๘๓] เมื่อเหล่านักรบผู้พ่ายแพ้ในสงคราม

ที่กำลังสู้รบด้วยลูกศรและหอก

บางพวกกำลังล้มตาย บางพวกกำลังหนีไป

นักรบเหล่าใดสละชีวิตแล้วย่อมหวนกลับมาด้วยความละอาย

นักรบผู้มีความละอายใจเหล่านั้น

จึงกลับมารับใช้เจ้านายได้อีก (กล้าสู้หน้าเจ้านาย)

[๒๘๔] ก็หิรีเทวีเทพธิดานี้มีปกติห้ามชนผู้มีใจบาปเพราะมีหิริ

เปรียบเหมือนทำนบมีปกติกั้นกระแสแห่งสาคร

เทพสารถี เพราะเหตุนั้น ท่านจงกราบทูลหิรีเทวีเทพธิดา

ซึ่งท่านผู้ประเสริฐบูชาแล้วในโลกทั้งปวงนั้นให้พระอินทร์ทราบ


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka