Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 28 หน้าที่ 163

<< | หน้าที่ 163 | >>
(พระเจ้าสุตโสมโพธิสัตว์ทอดพระเนตรเห็นพราหมณ์ยืนถวายพระพรอยู่ข้างทาง จึงตรัสถามว่า)

{๓๓๑} [๓๙๖] ชาติภูมิของท่านอยู่ในแคว้นไหนหนอ

ท่านมาถึงนครนี้ได้ด้วยประโยชน์อะไร

ท่านพราหมณ์ ขอท่านจงบอกประโยชน์นี้แก่ข้าพเจ้า

ท่านต้องการอะไร ข้าพเจ้าจะให้ตามที่ท่านต้องการ ณ วันนี้

(พราหมณ์ได้กราบทูลพระเจ้าสุตโสมโพธิสัตว์นั้นว่า)

{๓๓๒} [๓๙๗] พระภูมิบาล คาถาทั้ง ๔ มีอรรถที่ลึก

เปรียบด้วยสาครอันประเสริฐ

หม่อมฉันมานครนี้เพื่อประโยชน์แก่พระองค์เท่านั้น

ขอพระองค์โปรดสดับคาถา

ที่ประกอบด้วยประโยชน์อย่างยิ่งเถิด

(โจรโปริสาทจับพระเจ้าสุตโสมโพธิสัตว์ได้แล้ว จึงทูลถามว่า)

{๓๓๓} [๓๙๘] ชนเหล่าใดมีความรู้ มีปัญญา เป็นพหูสูต

คิดเหตุการณ์ได้มาก ชนเหล่านั้นย่อมไม่ร้องไห้

การที่เหล่าบัณฑิตเป็นผู้บรรเทาความโศกได้

นี่แหละเป็นที่พึ่งอันยอดเยี่ยมของเหล่านรชน

[๓๙๙] ท่านสุตโสม พระองค์ทรงเศร้าโศกเพราะเหตุไร

เพราะเหตุแห่งพระองค์เอง พระญาติ พระโอรส

พระมเหสี ข้าวเปลือก ทรัพย์ เงิน หรือว่าทองหรือ

ท่านโกรัพยะผู้ประเสริฐ หม่อมฉันขอฟังพระดำรัสของพระองค์

(พระเจ้าสุตโสมโพธิสัตว์ตรัสว่า)

{๓๓๔} [๔๐๐] หม่อมฉันมิได้ทอดถอน มิได้เศร้าโศกเพื่อประโยชน์แก่ตน

แก่โอรส มเหสี ทรัพย์ และแคว้น

แต่ธรรมของเหล่าสัตบุรุษที่เคยประพฤติมาเก่าก่อน

หม่อมฉันนัดหมายไว้กับพราหมณ์

หม่อมฉันทอดถอนเศร้าโศกถึงการนัดหมายนั้น


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka