Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 28 หน้าที่ 167

<< | หน้าที่ 167 | >>
(พระเจ้าสุตโสมโพธิสัตว์กราบทูลให้พระราชบิดายินยอมว่า)

{๓๔๕} [๔๑๗] หม่อมฉันย่อมปรารถนาความเจริญทางการศึกษาของตน

สัตบุรุษคือผู้สงบทั้งหลายพึงคบหาหม่อมฉัน

ข้าแต่ทูลกระหม่อมพ่อ หม่อมฉันไม่อิ่มด้วยสุภาษิต

เหมือนมหาสมุทรไม่อิ่มด้วยน้ำ

[๔๑๘] ข้าแต่พระราชาผู้ประเสริฐ ไฟไหม้หญ้าและไม้ย่อมไม่อิ่ม

สาครก็ไม่อิ่มด้วยแม่น้ำทั้งหลายฉันใด

แม้บัณฑิตเหล่านั้นฟังแล้วก็ไม่อิ่มด้วยสุภาษิตฉันนั้น

[๔๑๙] ข้าแต่พระองค์ผู้จอมชน

เมื่อใด หม่อมฉันฟังคาถาที่มีประโยชน์ในสำนักแห่งทาสของตน

เมื่อนั้น หม่อมฉันย่อมตั้งใจฟังคาถานั้นเท่านั้นโดยเคารพ

ข้าแต่ทูลกระหม่อมพ่อ

เพราะหม่อมฉัน ไม่มีความอิ่มในธรรมเลย

{๓๔๖} [๔๒๐] แคว้นของทูลกระหม่อมนี้สมบูรณ์ด้วยสิ่งที่น่าปรารถนาทุกอย่าง

มีทั้งทรัพย์ ยวดยาน และเครื่องประดับ

ทูลกระหม่อมทรงบริภาษหม่อมฉันเพราะเหตุแห่งกามทำไม

หม่อมฉันขอทูลลาไปในสำนักของโปริสาท

(พระบิดาตรัสว่า)

{๓๔๗} [๔๒๑] กองพลช้าง กองพลม้า กองพลรถ และกองพลราบ

ล้วนแต่เชี่ยวชาญในการธนูพอที่จะปกป้องตัวเองได้

เราจะยกกองทัพไปฆ่าศัตรูเสีย

(พระเจ้าสุตโสมโพธิสัตว์ฟังคำของพระราชบิดาและพระราชมารดาแล้ว จึงตรัสว่า)

{๓๔๘} [๔๒๒] โจรโปริสาทได้ทำกิจที่ทำได้แสนยาก

จับหม่อมฉันได้ทั้งเป็นแล้วปล่อยมา

ข้าแต่พระองค์ผู้จอมชน หม่อมฉันระลึกถึงอุปการะ

ที่มีมาก่อนเช่นนั้นที่โจรโปริสาทนั้นทำแล้ว

จะพึงประทุษร้ายต่อโปริสาทนั้นได้อย่างไร


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka