Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 28 หน้าที่ 169

<< | หน้าที่ 169 | >>
[๔๒๗] คนผู้ประพฤติไม่ชอบธรรม หยาบช้า

มีฝ่ามือเปื้อนเลือดเป็นนิตย์ ย่อมไม่มีสัจจะ

ธรรมจะมีได้แต่ที่ไหน

ท่านจักทรงทำประโยชน์อะไรด้วยการสดับ

(โจรโปริสาทได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวว่า)

{๓๕๓} [๔๒๘] ผู้ใดเที่ยวล่าเนื้อ (ล่าสัตว์) เพราะเหตุแห่งเนื้อ

หรือฆ่าคนเพราะเหตุแห่งตน

คนทั้ง ๒ นั้นละโลกนี้ไปแล้วก็เสมอกัน (พอกัน)

เพราะเหตุไรหนอ พระองค์จึงทรงกล่าวหาหม่อมฉันว่า

เป็นผู้ประพฤติไม่ชอบธรรม

(พระเจ้าสุตโสมโพธิสัตว์เมื่อจะแก้ลัทธิของโจรโปริสาท จึงตรัสว่า)

{๓๕๔} [๔๒๙] พระมหากษัตริย์ผู้ทรงทราบธรรมเนียมกษัตริย์

ไม่ควรเสวยเนื้อสัตว์ ๑๐ ชนิดมีเนื้อช้างเป็นต้น

ข้าแต่พระราชา พระองค์เสวยเนื้อมนุษย์ที่ไม่ควรเสวย

เพราะฉะนั้น พระองค์จึงเป็นผู้ประพฤติไม่ชอบธรรม

(โจรโปริสาทเมื่อจะให้พระโพธิสัตว์รับบาปบ้าง จึงกราบทูลว่า)

{๓๕๕} [๔๓๐] พระองค์ทรงพ้นจากเงื้อมมือของโจรโปริสาทแล้ว

เสด็จไปถึงพระราชมณเฑียรของพระองค์

ทรงเพลิดเพลินอยู่ในกาม

เสด็จหวนกลับมาสู่เงื้อมมือของหม่อมฉันผู้เป็นศัตรูอีก

พระองค์ช่างเป็นผู้ไม่ฉลาด

ในธรรมของกษัตริย์เลยนะ พระเจ้าข้า

๑ ประโยชน์อะไรด้วยการสดับ หมายความว่า ท่านจักทำอะไรกับการฟังนี้ เพราะท่านไม่ใช่ภาชนะรอง รับธรรม เหมือนภาชนะที่ไม่ใช่ภาชนะรองรับเปลวมันราชสีห์ (ขุ.ชา.อ. ๘/๔๒๗/๔๒๑)
๒ ธรรมของกษัตริย์ หมายถึงหลักนิติศาสตร์ ในที่นี้ โจรโปริสาทกล่าวว่า พระเจ้าสุตโสมไม่ฉลาดใน นิติศาสตร์กล่าวคือธรรมของกษัตริย์ คือไม่รู้สิ่งที่เป็นประโยชน์และไม่เป็นประโยชน์ของตน (เพราะเห็น พระราชากลับมาสู่สำนักของตนอีก) (ขุ.ชา.อ. ๘/๔๓๐/๔๒๓)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka