Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 28 หน้าที่ 179

<< | หน้าที่ 179 | >>
(กษัตริย์เหล่านั้นเมื่อรับปฎิญาณ จึงกราบทูลว่า)

{๓๙๐} [๔๗๘] บิดาหรือมารดาเป็นผู้อนุเคราะห์

ปรารถนาประโยชน์แก่ประชาทั้งหลายฉันใด

แม้พระราชานี้ก็จงเป็นเหมือนพระบิดา

และพระมารดาของหม่อมฉันทั้งหลาย

แม้หม่อมฉันทั้งหลายก็จะเป็นเหมือนโอรสฉันนั้น

(พระเจ้าสุตโสมโพธิสัตว์ทรงพรรณนาถึงสมบัติของพระนคร จึงตรัสปลอบโจร โปริสาทว่า)

{๓๙๑} [๔๗๙] พระองค์เคยเสวยกระยาหารเนื้อสัตว์ ๔ เท้า

และนกที่พวกพ่อครัวจัดปรุงให้สำเร็จอย่างดี

เหมือนพระอินทร์ทรงเสวยสุธาโภชน์

ไฉนจึงทรงละทิ้งไปยินดีอยู่ป่าแต่ลำพังเล่า

[๔๘๐] นางกษัตริย์เหล่านั้นล้วนแต่เอวบางร่างน้อยสะโอดสะอง

ประดับแวดล้อมบำรุงพระองค์ให้บันเทิงพระทัย

เหมือนนางเทพอัปสรแวดล้อมพระอินทร์ในเทวโลกฉะนั้น

ไฉนจึงทรงละทิ้งไปยินดีอยู่ป่าตามลำพังเล่า

[๔๘๑] พระแท่นบรรทมมีพนักแดง โดยมากปูลาดด้วยผ้าโกเชาว์

ล้วนแต่ปูลาดด้วยเครื่องอาภรณ์ทั้งปวงอันงดงาม

พระองค์เคยทรงบรรทมสุขสำราญ

ประทับบนท่ามกลางพระแท่นบรรทมเช่นนั้น

ไฉนจึงทรงละทิ้งไปยินดีอยู่ป่าแต่ลำพังเล่า

[๔๘๒] ในเวลาพลบค่ำ มีทั้งเสียงปรบมือ

เสียงตะโพน และเสียงดนตรี

รับประสานเสียงล้วนแต่สตรีไม่มีบุรุษเจือปน

การขับและการประโคมก็ล้วนไพเราะ

ไฉนจึงทรงละทิ้งไปยินดีอยู่ป่าแต่ลำพังเล่า


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka