(พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า)
{๖๔๗} [๖๘๓] ลำดับนั้น มโหสธบัณฑิตผู้เป็นปราชญ์มองเห็นประโยชน์นั้น
เห็นพระเจ้าวิเทหะผู้ประสบทุกข์ จึงได้กราบทูลคำนี้ว่า
[๖๘๔] ข้าแต่มหาราช พระองค์อย่าได้ทรงกลัวเลย
ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ พระองค์อย่าได้ทรงกลัวไปเลย
ข้าพระองค์จักช่วยปลดเปลื้องพระองค์ให้รอดพ้น
เหมือนช่วยปลดเปลื้องดวงจันทร์ที่ถูกราหูจับให้หลุดพ้น
[๖๘๕] ข้าแต่มหาราช พระองค์อย่าได้ทรงกลัวเลย
ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ พระองค์อย่าได้ทรงกลัวไปเลย
ข้าพระองค์จักช่วยปลดเปลื้องพระองค์ให้รอดพ้น
เหมือนช่วยปลดเปลื้องดวงอาทิตย์ที่ถูกราหูจับให้หลุดพ้น
[๖๘๖] ข้าแต่มหาราช พระองค์อย่าได้ทรงกลัวเลย
ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ พระองค์อย่าได้ทรงกลัวไปเลย
ข้าพระองค์จักช่วยปลดเปลื้องพระองค์ให้รอดพ้น
เหมือนช่วยปลดเปลื้องช้างเชือกจมปลักให้รอดพ้น
[๖๘๗] ข้าแต่มหาราช พระองค์อย่าได้ทรงกลัวเลย
ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ พระองค์อย่าได้ทรงกลัวไปเลย
ข้าพระองค์จักช่วยปลดเปลื้องพระองค์ให้รอดพ้น
เหมือนช่วยปลดเปลื้องงูที่ติดอยู่ในข้องให้รอดพ้น
[๖๘๘] ข้าแต่มหาราช พระองค์อย่าได้ทรงกลัวเลย
ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ พระองค์อย่าได้ทรงกลัวไปเลย
ข้าพระองค์จักช่วยปลดเปลื้องพระองค์ให้รอดพ้น
เหมือนคนช่วยปล่อยนกที่ติดอยู่ในกรงให้รอดพ้น
[๖๘๙] ข้าแต่มหาราช พระองค์อย่าได้ทรงกลัวเลย
ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ พระองค์อย่าได้ทรงกลัวไปเลย
ข้าพระองค์จักช่วยปลดเปลื้องพระองค์ให้รอดพ้น
เหมือนคนช่วยปล่อยปลาที่ติดแหให้รอดพ้น