Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 28 หน้าที่ 293

<< | หน้าที่ 293 | >>
(พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า)

{๖๕๘} [๗๐๗] พระเจ้าจูฬนีผู้ทรงมีพระกำลังมาก

เฝ้าระวังไว้ตลอดราตรีทั้งสิ้น

ครั้นรุ่งอรุณก็เสด็จไปถึงอุปการนคร

[๗๐๘] พระเจ้าปัญจาละพระนามว่าจูฬนีผู้ทรงมีพระกำลังมาก

เสด็จขึ้นประทับช้างพระที่นั่งตัวประเสริฐมีกำลัง

ต่อมีอายุ ๖๐ ปีจึงเสื่อมกำลัง ได้รับสั่งแล้วว่า

[๗๐๙] พระองค์ทรงสวมเกราะแก้วมณี

มีพระหัตถ์ทรงพระแสงศร ได้ตรัสสำทับกับเหล่าทหารหาญ

ผู้เชี่ยวชาญศิลปะทุก ๆ ด้าน ซึ่งมาประชุมกันอยู่

(บัดนี้เมื่อจะทรงแสดงข้อความเหล่านั้นโดยย่อ พระบรมศาสดาจึงตรัสว่า)

[๗๑๐] กองพลช้าง กองพลม้า กองพลรถ

กองพลราบ ผู้มีฝีมือ ชำนาญในศิลปะธนู

ยิงได้แม่นยำ มาประชุมกันแล้ว

(พระเจ้าจูฬนีรับสั่งใหัจับพระเจ้าวิเทหะว่า)

{๖๕๙} [๗๑๑] พวกท่านจงไสช้างพลายงาทั้งหลายที่มีกำลัง

ต่อมีอายุ ๖๐ ปีจึงเสื่อมกำลังไป

ขอช้างทั้งหลายจงเหยียบย่ำทำลายเมือง

ที่พระเจ้าวิเทหะได้รับสั่งให้สร้างไว้ดีแล้ว

[๗๑๒] ขอให้ลูกศรขาวด้านหน้าทำด้วยเขี้ยวลูกสัตว์

มีปลายแหลมคมแทงทะลุกระดูกที่ถูกปล่อยไปแล้ว

จงข้ามไปตกลงด้วยกำลังธนูเถิด

๑ อุปการนคร หมายถึงนครที่มโหสธบัณฑิตให้สร้างขึ้นในเขตเมืองปัญจาลนคร(ของพระเจ้าจุฬามณี เพื่อใช้ เป็นที่ประทับของพระเจ้าวิเทหะ เพื่อรอเวลาเข้าพิธีวิวาห์กับพระนางปัญจาลจันทนีธิดาของพระเจ้าจุฬามณี (ขุ.ชา.อ. ๙/๑๐๗/๓๘๖)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka