Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 63 หน้าที่ 318

เล่ม มมร. 63 หน้า 318 ข้อ 656 657 658 659
[๖๕๖] แน่ะเสนกาจารย์ การอยู่ร่วมด้วยเหล่า บัณฑิตเป็นสุขดีหนอ เพราะว่ามโหสถปลดเปลื้อง พวกเราผู้ตกอยู่ในเงื้อมมือข้าศึก ดุจบุคคลปลดเปลื้อง ฝูงนกที่ติดอยู่ในกรง หรือฝูงปลาที่ติดอยู่ในแห ฉะนั้น. [๖๕๗] ข้าแต่พระมหาราชเจ้า บัณฑิตทั้งหลาย นำความสุขมาแท้จริงอย่างนี้ที่เดียว มโหสถปลดเปลื้อง พวกเราผู้ตกอยู่ในเงื้อมมือข้าศึก ดุจบุคคลปลดเปลื้อง ฝูงนกที่ติดอยู่ในกรง หรือฝูงปลาที่ติดอยู่ในแหฉะนั้น. [๖๕๘] พระเจ้าจุลนีผู้มีกำลังมาก รักษาการ ตลอดราตรีทั้งสิ้น ครั้นอรุณขึ้นก็เสด็จถึงอุปการนคร พระเจ้ากรุงอุตตรปัญจาละพระนามว่าจุลนี ผู้มีกำลัง มาก เสด็จทรงช้างที่นั่งตัวประเสริฐมีกำลังอายุ ๖๐ ปี ได้ตรัสการทัพกะเสนาของพระองค์ พระองค์ทรงสวม เกราะแก้วมณีพระหัตถ์จับศร ได้ตรัสกะเหล่าทวยหาญ ผู้รับใช้ ซึ่งชำนาญในศิลป์เป็นอันมากประชุมกันอยู่. [๖๕๙] เจ้าทั้งหลายจงไสช้างพลายมีกำลัง อายุ ๖๐ ปี ช้างทั้งหลายจงย่ำยีนครที่พระเจ้าวิเทหราชทรง สร้างไว้ดีแล้วเสีย ลูกศรอันขาวเช่นเขี้ยวงาปลายแหลม คม สามารถแทงกระดูกได้ เกลื้องเกลาเหล่านี้ จง ตกลงดังห่าฝนด้วยกำลังธนูเหล่าโยธารุ่นหนุ่มสวม- เกราะ แกล้วกล้า มีอาวุธประกอบด้วยด้ามอันวิจิตร เหล่าช้างใหญ่แล่นมา จงหันหน้าสู่ช้างทั้งหลาย หอกทั้งหลายที่ขัดด้วยน้ำมันแล้ว มีแสงเป็นประกาย
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka