[๗๒๑] ดาบเหล่านั้นล้วนแล้วแต่ด้ามทองคำ
ประกอบด้วยฝักสีแดง กวัดแกว่งไปมางดงาม
ดังสายฟ้าที่แปลบปลาบอยู่ในระหว่างก้อนเมฆ
[๗๒๒] เหล่าทหารดาบผู้แกล้วกล้าสวมเกราะ
สามารถตีลังกาไปในอากาศ ฉลาดในการใช้ดาบและโล่ห์
ฝึกฝนมาดีกว่าพลแม่นธนู สามารถจะตัดคอช้างให้ขาดตกลงไปได้
[๗๒๓] พระองค์ถูกทหารทั้งหลายเช่นนี้ล้อมไว้แล้ว
พระองค์จะพ้นไปจากที่นี้ไม่ได้
ข้าพระองค์ยังไม่เห็นราชานุภาพของพระองค์
ที่จะเป็นเหตุให้เสด็จดำเนินไปถึงกรุงมิถิลาได้
(มโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์ กล่าวเย้ยหยันกับพระเจ้าจูฬนีว่า)
{๖๖๐} [๗๒๔] พระองค์ทรงด่วนไสช้างพระที่นั่งตัวประเสริฐมาทำไมหนอ
พระองค์มีพระทัยร่าเริงเสด็จมา
พระองค์ทรงสำคัญว่า เราเป็นผู้ได้ประโยชน์
[๗๒๕] ขอพระองค์ทรงลดแล่งธนูนั่นลงเสียเถิด
ทรงเก็บลูกศรเสียเถิด จงทรงเปลื้องเกราะอันงดงาม
ติดแผ่ไปด้วยแก้วไพฑูรย์และแก้วมณีออกเสียเถิด
(พระเจ้าจูฬนีได้สดับดังนั้น ทรงคุกคามมโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์ว่า)
{๖๖๑} [๗๒๖] เจ้ามีสีหน้าผ่องใส และพูดอย่างฝืนยิ้ม
ความถึงพร้อมด้วยผิวพรรณเช่นนี้ย่อมมีในคราวใกล้ตาย
(มโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์ประกาศข้อความนี้ว่า)
{๖๖๒} [๗๒๗] ข้าแต่ขัตติยราช พระดำรัสที่พระองค์ตรัสขู่คำราม
เป็นพระดำรัสที่เปล่าประโยชน์
พระองค์เป็นผู้มีความลับแตกเสียแล้ว
เพราะพระราชาของข้าพระองค์ยากที่พระองค์จะจับได้
เหมือนม้าขาเขยกขับม้าสินธพได้ยาก