(มโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์เมื่อจะปฏิเสธ จึงกราบทูลว่า)
{๖๗๕} [๗๖๖] ข้าแต่มหาราช บุคคลผู้ที่สละท่านผู้ชุบเลี้ยงตน
เพราะเหตุแห่งทรัพย์
ย่อมถูกตนและคนอื่นทั้ง ๒ ฝ่ายติเตียนได้
ข้าพระองค์ไม่พึงอยู่ในแคว้นของผู้อื่นได้
ตราบเท่าเวลาที่พระเจ้าวิเทหะยังทรงดำรงพระชนม์อยู่
[๗๖๗] ข้าแต่มหาราช บุคคลผู้ที่สละท่านผู้ชุบเลี้ยงตน
เพราะเหตุแห่งทรัพย์
ย่อมถูกตนและคนอื่นทั้ง ๒ ฝ่ายติเตียนได้
ข้าพระองค์ไม่พึงเป็นราชบุรุษของพระราชาองค์อื่นได้
ตราบเท่าเวลาที่พระเจ้าวิเทหะยังทรงดำรงพระชนม์อยู่
(ในเวลาที่มโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์ทูลลา พระเจ้าจูฬนี ตรัสว่า)
{๖๗๖} [๗๖๘] มโหสธ เราจะให้ทอง ๑,๐๐๐ แท่ง
บ้าน ๘๐ หมู่บ้านในแคว้นกาสีแก่ท่าน
ให้ทาสี ๔๐๐ คน และภรรยา ๑๐๐ คนแก่ท่าน
ท่านจงพากองทัพทั้งปวงไปโดยสวัสดีเถิด
{๖๗๗} [๗๖๙] ชนทั้งหลายจงให้อาหารแก่ช้างและม้าทั้งหลาย
อย่างละ ๒ เท่าเพียงใด ก็จงเลี้ยงกองพลรถและกองพลราบ
ให้อิ่มหนำด้วยข้าวและน้ำเพียงนั้นเถิด
{๖๗๘} [๗๗๐] มโหสธบัณฑิต ท่านจงพาเอากองพลช้าง กองพลม้า
กองพลรถ และกองพลราบไปเถิด
พระเจ้าวิเทหมหาราชจงทอดพระเนตร
ท่านผู้ไปถึงกรุงมิถิลาแล้วเถิด
(ฝ่ายพระเจ้าวิเทหะทรงเห็นกองทัพใหญ่ ตกพระทัยตรัสกับบัณฑิตทั้ง ๔ ว่า)
{๖๗๙} [๗๗๑] กองพลช้าง กองพลม้า กองพลรถ และกองพลราบ
ปรากฏมากมายครบทั้ง ๔ กองพลที่น่าสะพรึงกลัว
บัณฑิตทั้งหลายจะเข้าใจอย่างไรหนอ