Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 28 หน้าที่ 302

<< | หน้าที่ 302 | >>
(มโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์เมื่อจะปฏิเสธ จึงกราบทูลว่า)

{๖๗๕} [๗๖๖] ข้าแต่มหาราช บุคคลผู้ที่สละท่านผู้ชุบเลี้ยงตน

เพราะเหตุแห่งทรัพย์

ย่อมถูกตนและคนอื่นทั้ง ๒ ฝ่ายติเตียนได้

ข้าพระองค์ไม่พึงอยู่ในแคว้นของผู้อื่นได้

ตราบเท่าเวลาที่พระเจ้าวิเทหะยังทรงดำรงพระชนม์อยู่

[๗๖๗] ข้าแต่มหาราช บุคคลผู้ที่สละท่านผู้ชุบเลี้ยงตน

เพราะเหตุแห่งทรัพย์

ย่อมถูกตนและคนอื่นทั้ง ๒ ฝ่ายติเตียนได้

ข้าพระองค์ไม่พึงเป็นราชบุรุษของพระราชาองค์อื่นได้

ตราบเท่าเวลาที่พระเจ้าวิเทหะยังทรงดำรงพระชนม์อยู่

(ในเวลาที่มโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์ทูลลา พระเจ้าจูฬนี ตรัสว่า)

{๖๗๖} [๗๖๘] มโหสธ เราจะให้ทอง ๑,๐๐๐ แท่ง

บ้าน ๘๐ หมู่บ้านในแคว้นกาสีแก่ท่าน

ให้ทาสี ๔๐๐ คน และภรรยา ๑๐๐ คนแก่ท่าน

ท่านจงพากองทัพทั้งปวงไปโดยสวัสดีเถิด

{๖๗๗} [๗๖๙] ชนทั้งหลายจงให้อาหารแก่ช้างและม้าทั้งหลาย

อย่างละ ๒ เท่าเพียงใด ก็จงเลี้ยงกองพลรถและกองพลราบ

ให้อิ่มหนำด้วยข้าวและน้ำเพียงนั้นเถิด

{๖๗๘} [๗๗๐] มโหสธบัณฑิต ท่านจงพาเอากองพลช้าง กองพลม้า

กองพลรถ และกองพลราบไปเถิด

พระเจ้าวิเทหมหาราชจงทอดพระเนตร

ท่านผู้ไปถึงกรุงมิถิลาแล้วเถิด

(ฝ่ายพระเจ้าวิเทหะทรงเห็นกองทัพใหญ่ ตกพระทัยตรัสกับบัณฑิตทั้ง ๔ ว่า)

{๖๗๙} [๗๗๑] กองพลช้าง กองพลม้า กองพลรถ และกองพลราบ

ปรากฏมากมายครบทั้ง ๔ กองพลที่น่าสะพรึงกลัว

บัณฑิตทั้งหลายจะเข้าใจอย่างไรหนอ


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka