Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 28 หน้าที่ 301

<< | หน้าที่ 301 | >>
(ลำดับนั้น พระเจ้าจูฬนีจึงตรัสถามมโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์ว่า)

{๖๗๐} [๗๖๐] มโหสธผู้ได้ปล่อยพระเจ้าวิเทหะ

ศัตรูผู้ตกอยู่ในเงื้อมมือของเราทำเล่ห์กลทิพย์หรือทำภาพลวงตา

(มโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์ได้ฟังพระราชดำรัสนั้น จึงกราบทูลว่า)

{๖๗๑} [๗๖๑] ข้าแต่มหาราช บัณฑิตทั้งหลายในโลกนี้

ย่อมทำเล่ห์กลอันเป็นทิพย์

ชนผู้มีปัญญามีมันสมองเหล่านั้นย่อมปลดเปลื้องตนได้

[๗๖๒] เหล่าทหารหนุ่มผู้รับใช้เป็นคนฉลาด

เป็นผู้ขุดอุโมงค์ของข้าพระองค์ผู้ได้สร้างหนทาง

ที่พระเจ้าวิเทหะได้เสด็จไปกรุงมิถิลาไว้มีอยู่

(มโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์ทราบความประสงค์ของพระเจ้าจูฬนี จึงทูลว่า)

{๖๗๒} [๗๖๓] ข้าแต่มหาราช ขอพระองค์ทอดพระเนตรอุโมงค์

ที่สร้างไว้ดีแล้วงดงาม เรืองรองด้วยถ่องแถวแห่งกองพลช้าง

กองพลม้า กองพลรถ และกองพลราบ

ซึ่งเขาทำเป็นรูปปั้นและเป็นลวดลายไว้ที่สำเร็จดีแล้วเถิด

(พระเจ้าจูฬนีทรงเห็นอุโมงค์แล้ว ทรงยกย่องคุณของมโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์ว่า)

{๖๗๓} [๗๖๔] มโหสธ เป็นลาภของชนชาวแคว้นวิเทหะหนอ

(และ)เป็นลาภของผู้ที่มีเหล่าบัณฑิตเช่นนี้

อยู่ในเรือนในแคว้นเหมือนมีเจ้า

(ลำดับนั้น พระเจ้าจูฬนีตรัสด้วยประสงค์จะให้มโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์อยู่ใน สำนักของตนว่า)

{๖๗๔} [๗๖๕] เราจะให้เครื่องดำเนินชีวิต ที่บริหาร

เบี้ยเลี้ยงและบำเหน็จเป็น ๒ เท่า

ให้โภคะอันไพบูลย์ เจ้าจงใช้สอยและรื่นรมย์ในกามเถิด

เจ้าไม่กลับไปยังแคว้นวิเทหะ พระเจ้าวิเทหะจักทรงทำอะไรได้


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka