Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 28 หน้าที่ 330

<< | หน้าที่ 330 | >>
[๙๔๙] เหมือนพวกราชบุรุษที่พระราชาสอนสั่งให้เก็บส่วย

ถือเอาทรัพย์ของพระราชาไป

อริฏฐะ พราหมณ์เหล่านั้นเป็นเหมือนโจร มิใช่สัตบุรุษ

เป็นผู้ควรจะฆ่าเสีย แต่ไม่มีใครฆ่าในโลก

[๙๕๐] พวกพราหมณ์กล่าวว่า

ไม้ทองหลางเป็นแขนขวาของพระอินทร์

จึงตัดเอาไม้ทองหลางมาใช้ในยัญนี้

หากคำนั้นเป็นจริง พระอินทร์ก็แขนขาด

เพราะเหตุไร พระอินทร์ชนะพวกอสูรด้วยกำลังแขนนั้นได้

[๙๕๑] หากคำนั้นแหละเป็นเท็จ

พระอินทร์ก็ยังมีอวัยวะสมบูรณ์

เป็นเทวดาชั้นดีเยี่ยม ไม่มีใครฆ่า แต่กำจัดพวกอสูรได้

มนต์ของพราหมณ์เหล่านี้เปล่าประโยชน์

นี้เป็นการลวงกันที่เห็นอยู่ในโลกนี้

[๙๕๒] ภูเขามาลาคีรีก็ดี ภูเขาหิมพานต์ก็ดี ภูเขาคิชฌกูฏก็ดี

ภูเขาสุทัศนะก็ดี ภูเขานิสภะก็ดี ภูเขากากเวรุก็ดี

ภูเขาเหล่านี้ และภูเขาใหญ่อื่น ๆ กล่าวกันว่า

พวกพราหมณ์ผู้บูชายัญได้สร้างไว้

[๙๕๓] ชนทั้งหลายกล่าวกันว่า

พวกพราหมณ์ผู้บูชายัญเอาอิฐเช่นใดมาสร้างภูเขา

อิฐเช่นนั้นมิใช่ภูเขา ภูเขาเป็นอย่างหนึ่ง

ไม่หวั่นไหว เห็นได้ชัดว่าเป็นหิน

[๙๕๔] ภูเขามิใช่อิฐแต่เป็นหินมานานแล้ว

เหล็กและโลหะย่อมไม่เกิดในอิฐนั้น

แต่เขาจะพรรณนาถึงยัญนี้ จึงกล่าวว่า

พวกพราหมณ์ผู้บูชายัญได้สร้างไว้


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka