Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 28 หน้าที่ 329

<< | หน้าที่ 329 | >>
[๙๔๒] พวกคนพาลยื่นหน้าพูดนำไปที่เสาบูชายัญซึ่งเป็นที่ผูกสัตว์

ด้วยการพรรณนาอย่างวิจิตรว่า เสายัญนี้จักให้

สิ่งที่น่าใคร่แก่เจ้าในโลกอื่นในสัมปรายภพแน่นอน

[๙๔๓] ถ้าบุคคลจะพึงได้แก้วมณี สังข์ แก้วมุกดา ข้าวเปลือก

ทรัพย์ เงิน ทอง ที่เสายัญทั้งที่ไม้แห้งและไม้สด

ถ้าเสายัญจะพึงให้สิ่งที่น่าใคร่ทุกอย่างในไตรทิพย์ได้

หมู่พราหมณ์ผู้เชี่ยวชาญในไตรเพทเท่านั้นจึงควรบูชายัญ

ผู้ไม่ใช่พราหมณ์ก็ไม่ควรให้พราหมณ์บูชายัญให้เลย

[๙๔๔] แก้วมณี สังข์ แก้วมุกดา ข้าวเปลือก ทรัพย์ เงิน ทอง

จักมีที่เสายัญ ที่ไม้แห้ง และไม้สดที่ไหน

เสายัญจะพึงให้สิ่งที่น่าใคร่ทั้งปวงในไตรทิพย์ที่ไหนเล่า

๙๔๕] พราหมณ์เหล่านี้เป็นผู้โอ้อวด หยาบช้า

โง่เขลา โลภจัด ยื่นปากพูดนำไป

ด้วยการพรรณนาอย่างหยดย้อยต่าง ๆ ว่า

จงรับเอาไฟไป จงให้ทรัพย์แก่เรา

แต่นั้น ท่านจักมีความสุขในสิ่งที่น่าปรารถนาทั้งปวง

[๙๔๖] พวกพราหมณ์พาคนเข้าไปโรงบูชาไฟแล้ว

ต่างก็ยื่นหน้าพูดนำไปด้วยการพรรณนาอย่างวิจิตรต่าง ๆ

ให้เขาโกนผม โกนหนวด และตัดเล็บ

ยังทรัพย์ของเขาให้สิ้นไปด้วยเวททั้งหลาย

[๙๔๗] พวกพราหมณ์ผู้หลอกลวง แอบหลอกลวงได้คนหนึ่ง

ก็มาประชุมกินกันเป็นอันมาก เหมือนฝูงกาตอมนกเค้า

หลอกเอาจนเกลี้ยงแล้วเก็บไว้ที่บริเวณบูชายัญ

[๙๔๘] พวกพราหมณ์ลวงผู้นั้นได้คนหนึ่งอย่างนี้แล้ว

ก็พากันมาเป็นอันมาก ใช้ความพยายามแล้วพยายามอีก

ล่อหลอกพรรณนาสิ่งที่มองไม่เห็น ปล้นเอาทรัพย์ที่มองเห็นไป


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka