Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 28 หน้าที่ 369

<< | หน้าที่ 369 | >>
[๑๑๙๔] ผู้ใดตัดศีรษะของผู้อื่นด้วยดาบที่ลับแล้ว

ผู้นั้นไม่ชื่อว่าตัดรูปกายเหล่านั้น

ในการทำเช่นนั้น ผลบาปจะมีแต่ที่ไหน

[๑๑๙๕] สัตว์ทุกจำพวกท่องเที่ยวอยู่ในวัฏสงสาร ๘๔ มหากัป

ย่อมบริสุทธิ์ได้เอง เมื่อยังไม่ถึงกาลนั้น

แม้สำรวมดีแล้วก็บริสุทธิ์ไม่ได้

[๑๑๙๖] เมื่อยังไม่ถึงกาลนั้น

แม้จะประพฤติความดีมากมายก็บริสุทธิ์ไม่ได้

แม้ถ้าทำบาปไว้มากมายก็ไม่ล่วงพ้นขณะนั้นไปได้

[๑๑๙๗] ในวาทะของเราทั้งหลาย ความบริสุทธิ์ย่อมมีได้ตามลำดับ

เมื่อถึง ๘๔ กัป พวกเราย่อมไม่ล่วงเลยเขตที่แน่นอนนั้น

เหมือนสาครไม่ล้นฝั่งไป”

{๘๔๗} [๑๑๙๘] อลาตเสนาบดีได้ฟังคำของคุณาชีวกกัสสปโคตรแล้ว

ได้กล่าวดังนี้ว่า “ข้าพเจ้าชอบใจ

คำของท่านผู้เจริญตามที่กล่าวไว้

[๑๑๙๙] แม้ข้าพเจ้าเองก็ระลึกชาติก่อนที่ตนท่องเที่ยวไปได้

คือ ในชาติก่อน ข้าพเจ้าเกิดในกรุงพาราณสี

ที่เป็นเมืองมั่งคั่ง เป็นพรานฆ่าโคชื่อปิงคละ

[๑๒๐๐] ข้าพเจ้าเกิดในกรุงพาราณสีที่เป็นเมืองมั่งคั่งแล้ว

ได้ทำบาปกรรมไว้เป็นอันมาก คือ ได้ฆ่าสัตว์มีชีวิต

ได้แก่ กระบือ สุกร แพะเป็นจำนวนมาก

[๑๒๐๑] จุติจากชาตินั้นแล้วมาเกิดในตระกูลเสนาบดีอันบริบูรณ์นี้

บาปไม่มีผลแน่นอน ข้าพเจ้าจึงไม่ต้องไปตกนรก”

{๘๔๘} [๑๒๐๒] ครั้งนั้น ในกรุงมิถิลานี้ ได้มีคนเข็ญใจเป็นทาสชื่อว่าวีชกะ

กำลังรักษาอุโบสถ เข้าไปยังสำนักของคุณาชีวก


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka