[๑๕๑๔] ในเวลาผลัดเปลี่ยนพระภูษาทรงและในเวลาสรงสนาน
ราชเสวกควรก้มศีรษะลงชำระพระบาท
แม้จะถูกกริ้วก็ไม่ควรโกรธ
ราชเสวกนั้นพึงอยู่ในราชสำนักได้
{๙๗๒} [๑๕๑๕] บุรุษผู้หวังความเจริญแก่ตนพึงทำอัญชลีแม้หม้อน้ำ
และทำประทักษิณแม้นกแอ่นลมได้
ไฉนเล่า เขาจะไม่พึงนอบน้อมพระราชาผู้เป็นปราชญ์สูงสุด
ผู้พระราชทานสมบัติที่น่าใคร่ทุกอย่างให้
[๑๕๑๖] พระราชาผู้ซึ่งทรงพระราชทานที่นอน
ผ้านุ่งห่ม ยาน เรือนที่อยู่อาศัย
ทรงยังโภคะให้ตกไปทั่วถึง
เหมือนเมฆยังน้ำฝนให้ตกไปเป็นประโยชน์แก่สัตว์ทั่วไปฉะนั้น
[๑๕๑๗] แน่ะเจ้าทั้งหลาย นี้ชื่อว่าราชวสตีธรรม
เมื่อคนประพฤติตาม ย่อมทำให้พระราชาโปรดปราน
และย่อมได้การบูชาในเจ้านายทั้งหลาย
ราชวสตีธรรม จบ
อนันตรเปยยาล
ว่าด้วยเนื้อความที่ย่อไว้ในระหว่าง
(พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสว่า)
{๙๗๓} [๑๕๑๘] วิธุรบัณฑิตผู้มีปัญญาเป็นเครื่องพิจารณา
ครั้นพร่ำสอนหมู่ญาติอย่างนี้แล้ว
มีหมู่ญาติเพื่อนที่สนิทแวดล้อมเข้าไปเฝ้าพระราชา
[๑๕๑๙] ถวายบังคมพระบาทด้วยเศียรเกล้า
และทำประทักษิณพระองค์แล้ว ประนมมือกราบบังคมทูลดังนี้ว่า