Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 28 หน้าที่ 474

<< | หน้าที่ 474 | >>
[๑๘๔๒] หญิงใดผู้มีเกียรติ เป็นคนขัดสนในเวลาสามีขัดสน

เป็นคนมั่งคั่งในเวลาสามีมั่งคั่ง หญิงนั้นแล

เทพเจ้าทั้งหลายย่อมสรรเสริญว่า “กระทำสิ่งที่ทำไดัยาก”

ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงเป็นจอมทัพ หม่อมฉันจะต้องไปให้ได้

[๑๘๔๓] หม่อมฉันจักบวชติดตามพระสวามีไปทุกเมื่อ

ในเมื่อแม้แต่แผ่นดินยังไม่แตกสลายไป

ความเป็นหม้ายเป็นความเจ็บปวดของหญิง

[๑๘๔๔] หม่อมฉันขาดพระเวสสันดรแล้ว

ก็ไม่ปรารถนาแม้แต่แผ่นดินอันมีสาครเป็นขอบเขต

ซึ่งมีทรัพย์เครื่องปลื้มใจมากมาย

บริบูรณ์ด้วยรัตนะนานัปปการ

[๑๘๔๕] หญิงเหล่าใดเมื่อสามีมีทุกข์ ย่อมปรารถนาสุขเพื่อตน

หญิงเหล่านั้นเลวทรามแท้ หัวใจของพวกเธอเป็นอย่างไรหนอ

[๑๘๔๖] เมื่อพระมหาราชผู้ผดุงรัฐให้เจริญแก่ชาวกรุงสีพีจะเสด็จออก

หม่อมฉันจักขอติดตามพระองค์ไปด้วย

เพราะพระองค์เป็นผู้ทรงประทาน

สิ่งที่น่าต้องการทั้งปวงแก่หม่อมฉัน

{๑๐๙๔} [๑๘๔๗] พระมหาราชได้ตรัสพระดำรัสนี้

กับพระนางมัทรีผู้มีความงามทั่วสรรพางค์กายว่า

แม่มัทรีผู้มีลักษณะสวยงาม พ่อชาลีและแม่กัณหาชินา

ลูกทั้งหลายเหล่านี้ของเธอยังเป็นเด็ก เจ้าจงฝากฝังไว้แล้วไปเถิด

พวกเราจะรับเลี้ยงดูเด็กทั้งหลายนั้นไว้เอง

{๑๐๙๕} [๑๘๔๘] พระนางมัทรีราชบุตรีผู้มีความงามทั่วสรรพางค์กาย

ได้กราบทูลพระเจ้าสญชัยนั้นดังนี้ว่า ข้าแต่สมมติเทพ

พ่อชาลีและแม่กัณหาชินาเป็นลูกรักของหม่อมฉัน

ลูกทั้ง ๒ นั้นจักชโลมใจหม่อมฉัน

ผู้มีชีวิตที่เศร้าโศกให้รื่นรมย์ในป่านั้นได้


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka