Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 28 หน้าที่ 531

<< | หน้าที่ 531 | >>
[๒๒๔๘] สระโบกขรณีที่น่ารื่นรมย์เหล่านี้ มีนกจักรพากส่งเสียงกู่ขัน

ดารดาษไปด้วยดอกมณฑาลก ปทุม และอุบล

ที่กุมารทั้ง ๒ เคยมาเล่น กุมารเหล่านั้นไม่ปรากฏให้เห็น

{๑๑๙๕} [๒๒๔๙] พระองค์มิได้หักฟืน มิได้ตักน้ำ มิได้ติดไฟ

เพราะเหตุไรหนอ พระองค์จึงทรงหงอยเหงาซบเซาอยู่

[๒๒๕๐] เพราะคนรักกับคนรักยังรวมกันอยู่

ความทุกข์ร้อนของหม่อมฉันย่อมหายไป

วันนี้ หม่อมฉันมิได้เห็นลูกน้อยทั้ง ๒

คือ พ่อชาลีและแม่กัณหาชินา

{๑๑๙๖} [๒๒๕๑] ข้าแต่สมมติเทพ หม่อมฉันมิได้เห็นลูกน้อยทั้ง ๒ ของฉัน

ไม่ทราบว่า ผู้ใดนำลูกน้อยเหล่านั้นไป

แม้แต่ฝูงกาป่าก็มิได้ส่งเสียงร้อง

ทารกทั้งหลายของหม่อมฉันคงตายแล้วเป็นแน่

[๒๒๕๒] ข้าแต่สมมติเทพ หม่อมฉันมิได้เห็นลูกน้อยทั้ง ๒ ของเรา

ไม่ทราบว่า ผู้ใดนำลูกน้อยเหล่านั้นไป

แม้ฝูงนกก็มิได้ส่งเสียงร้อง

ทารกทั้งหลายของหม่อมฉันคงตายแล้วเป็นแน่

{๑๑๙๗} [๒๒๕๓] พระนางมัทรีทรงปริเวทนา

พลางเที่ยวไปวิ่งหาตามซอกเขาและป่าชัฏ

ในท้องเขาวงกตนั้นแล้วเสด็จมายังอาศรมอีก

ทรงกันแสงอยู่ในสำนักพระราชสวามี ทูลคร่ำครวญว่า

[๒๒๕๔] ข้าแต่สมมติเทพ หม่อมฉันมิได้เห็นลูกน้อยทั้ง ๒ ของเรา

และไม่ทราบว่า ผู้ใดนำลูกน้อยเหล่านั้นไป

แม้แต่ฝูงกาป่าก็มิได้ส่งเสียงร้อง

ทารกทั้งหลายของหม่อมฉันคงตายแล้วเป็นแน่


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka