Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 28 หน้าที่ 537

<< | หน้าที่ 537 | >>
[๒๒๘๔] แผ่นดินก็บันลือลั่นแก่พระองค์

กิตติศัพท์ของพระองค์บันลือไปถึงสวรรค์ชั้นไตรทิพย์

สายฟ้าก็แลบแปลบปลาบอยู่โดยรอบ

ดังสะท้านปานประหนึ่งว่าภูเขาถล่มทลาย

[๒๒๘๕] เทพเจ้าทั้ง ๒ หมู่ผู้สิงสถิตอยู่ ณ ภูเขานารทะ

ต่างถวายอนุโมทนาแด่พระเวสสันดรนั้นว่า

พระอินทร์ พระพรหม ท้าวประชาบดี

พระโสม ยมยักษ์ ท้าวเวสสุวรรณมหาราชและทวยเทพทั้งมวล

ต่างก็ถวายอนุโมทนาว่า พระองค์ทรงกระทำสิ่งที่ทำได้ยากแท้

[๒๒๘๖] สัตบุรุษทั้งหลายเมื่อจะให้ทานชื่อว่าให้ได้ยาก

เมื่อจะทำกรรมก็ชื่อว่าทำได้ยาก

ธรรมของสัตบุรุษทั้งหลายพวกอสัตบุรุษรู้ได้ยาก

[๒๒๘๗] เพราะฉะนั้น สัตบุรุษและอสัตบุรุษ

จึงมีคติที่ไปจากโลกนี้ต่างกัน คือ

พวกอสัตบุรุษย่อมไปสู่นรก พวกสัตบุรุษย่อมไปสู่สวรรค์

[๒๒๘๘] การที่พระองค์เสด็จมาประทับอยู่ในป่า

ได้พระราชทานพระกุมารทั้งหลายและพระชายาให้เป็นทานนี้

ชื่อว่าเป็นยานอันประเสริฐ ไม่เป็นยานที่พาก้าวลงสู่อบายภูมิ

ขอมหาทานของพระองค์จงเผล็ดผลในสวรรค์เถิด

(ท้าวสักกะตรัสว่า)

{๑๒๑๑} [๒๒๘๙] ข้าพเจ้าขอถวายพระนางมัทรีพระชายา

ผู้มีความงามทั่วสรรพางค์กายคืนแก่พระคุณเจ้า

พระองค์เท่านั้นทรงเป็นผู้คู่ควรกับพระนางมัทรี

และพระนางมัทรีก็เป็นผู้คู่ควรแก่พระสวามี

[๒๒๙๐] น้ำนมและสังข์ทั้ง ๒ มีสีเหมือนกันฉันใด

พระองค์และพระนางมัทรีก็ทรงมีพระทัยเสมอเหมือนกันฉันนั้น

๑ ดู ขุ.ชา. แปล ๒๗/๕๙-๖๐/๗๙

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka