(พระชาลีกุมารกราบทูลว่า)
{๑๒๒๗} [๒๓๒๐] พระมารดาของหม่อมฉันทั้งหลาย เป็นพระราชบุตรี
และพระบิดาก็เป็นพระราชบุตร
แต่หม่อมฉันทั้งหลาย เป็นทาสของพราหมณ์
เพราะฉะนั้น จึงยืนอยู่ห่างไกล พระเจ้าข้า
(พระเจ้าสญชัยตรัสว่า)
{๑๒๒๘} [๒๓๒๑] เธอทั้งหลายกล่าวอย่างนี้ไม่ชอบเลย
หทัยของปู่กำลังเร่าร้อน กายของปู่เหมือนอยู่บนเชิงตะกอน
ปู่มิได้รับความสุขบนราชอาสน์เลย
[๒๓๒๒] เธอทั้งหลายกล่าวอย่างนี้ไม่ชอบเลย
อย่าได้เพิ่มความเศร้าโศกให้เกิดแก่ปู่เลย
ปู่จักไถ่เธอทั้งหลายด้วยทรัพย์ เธอทั้งหลายจักไม่เป็นทาส
[๒๓๒๓] พ่อชาลี บิดาของเธอทั้งหลาย
ได้ตีราคาพวกเธอไว้เท่าไร จึงให้พราหมณ์
ขอให้เธอทั้งหลายจงบอกปู่ตามความจริง
พนักงานทั้งหลายจงให้พราหมณ์รับเอาทรัพย์ไปเถิด
(พระชาลีกุมารกราบทูลว่า)
{๑๒๒๙} [๒๓๒๔] ข้าแต่พระอัยกา พระบิดาทรงตีราคาหม่อมฉัน
มีค่าเท่าราคาทองคำ ๑,๐๐๐ แท่ง
ทรงตีราคาน้องกัณหาชินาราชกัญญา
ด้วยสัตว์พาหนะมีช้างเป็นต้นอย่างละ ๑๐๐
แล้วจึงได้พระราชทานให้แก่พราหมณ์
(พระเจ้าสญชัยตรัสว่า)
{๑๒๓๐} [๒๓๒๕] มหาดเล็ก เจ้าจงลุกขึ้น รีบไปนำทาสี ทาส โค ช้าง
และโคอุสภราชอย่างละ ๑๐๐ กับทองคำ ๑,๐๐๐ แท่ง
มาให้แก่พราหมณ์ เป็นค่าไถ่บุตรทั้งหลาย